VCD 2 แผ่นจบ บรรยายไทย
POM POKO
ความยาว 118 นาที
ฉายครั้งแรก
16 กรกฎาคม 1994
อัตราส่วนภาพ 1.85:1
ระบบเสียง Dolby Stero(j)
เขียนบท กำกับ โดย
lsao Takahata

|
POM POKO
เมื่อผู้กำกับ อิซาโอะ ทากาฮาตะ ได้พบว่าวันหนึ่ง ดงไผ่ที่อยู่ใกล้ๆ
บ้าน
ของเขาได้กลายเป็นที่โล่งๆ ไปเสียแล้ว เขาก็เฝ้าสงสัยว่า บรรดานกซึ่ง
เคยอาศัยอยู่ที่นั่น จะไปหาที่อยู่อาศัยที่อื่นได้ที่ไหน และแล้วเขาก็เริ่ม
ต้นคิดไปถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่ต้องสูญเสียที่อยู่อาศัยไปจากโครงการ
ก่อสร้างต่างๆ ในญี่ปุ่น และนั่นก็ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจ ทำให้
เขาหยิบเอามาสร้างเป็นภาพยนตร์ อนิเมชั่นเรื่อง Pom Poko ขึ้น
Pom Poko เป็นผลงานอนิเมชั่นประจำปี 1994 ของ Studio Ghibli
ที่มี ฮายาโอะ มิยาซากิ นั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการสร้างและมีตัว ทากาฮาตะ
เองรับหน้าที่ทั้งเขียนบทและกำกับภาพยนตร์ แม้ Pom Poko จะดูมี
หน้าหนังเหมือนเป็นหนังตลกสำหรับให้เด็กดู แต่เมื่อได้สัมผัสถึงตัวหนังจริงๆ
เราก็จะพบว่ามันเป็นผลงานที่ทรงคุณค่าอีกชิ้นหนึ่งในชีวิตการทำงานของ
ทากาฮาตะ
ผู้ซึ่งเคยได้รับคำชมเชยอย่างล้นหลามจากทั้งนักวิจารณ์และคนดู จากผลงานอนิเมชั่น
ชิ้นวางหิ้งของเขาใน "สุสานหิ่งห้อย" และอาจกล่าวได้ว่า
Pom Poko คือ
ภาพยนตร์ที่แสดงออกถึงความเป็น "ญี่ปุ่น" อย่างแท้จริงPom
Poko

เป็นเรื่องรายของบรรดา ทานุกิ ที่อาศัยอยู่ย่านชานเมืองต้องเผชิญกับ
การรื้อถอนที่
อยู่อาศัยของพวกมันเพื่อนำไปสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ใหม่ๆ ของมนุษย์
พวกมัน
จึงต้องรวมตัวกันหาทางขัดขวาง รวมถึง การรื้อฟื้นวิชาแปลงร่างเพื่อใช้ในการเอา
ตัวรอดจากเหตุการณ์นี้ไปให้ได้หากมองให้ลึกลงไป เราจะพบได้ว่า ภายใต้ผิวหน้า
ของความเป็นหนังการ์ตูนตลก Pom Poko แฝงแง่คิดที่ลึกซึ้งหลายๆ อย่างเอาไว้
ไม่ว่าจะเป็นภาพของการต่อสู้ระหว่างทานุกิของมนุษย์ ซึ่งจะว่าไป
ก็เหมือนเป็น
กระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ของ "คนตัวเล็กๆ " บางกลุ่ม
ที่พยายามจะต่อสู้
เพื่อพวกพ้อง หากแต่ท้ายที่สุดสิ่งที่ได้รับตอบแทนคือความสูญเสียอันแสนเจ็บปวด
หนัง
ไม่ได้ตัดสินว่าใครที่เป็นฝ่ายผิด เฉกเช่นเดียวกับหนังทุกเรื่องของ
Studio Ghibli
ที่มีมุมมองว่าในโลกของเรานี้จำเป็นจะต้องมีทั้งความดีและความชั่วดำรงอยู่
ไม่ใช่
ว่าดำหรือขาวไปเลยเหมือนอย่างการ์ตูนของ "วอลท์ ดิสนีย์"
และเมื่อถึงท้ายที่สุด

หนังก็ให้ข้อสรุปที่ค่อนข้างเป็นกลางว่า ไม่ว่าอย่างไรเสีย ความเปลี่ยนแปลง
ก็จะมาถึงอยู่ดีและเราก็จะต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงที่จะ เกิดขึ้น
เพื่อที่จะได้มีชีวิต
อยู่ต่อไป แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากและแสนเหน็ดเหนื่อยใจก็ตามที
นี่คือภาพยนตร์ที่จะทำให้ผู้ชมทั้งหัวเราะ และก็ร้องไห้ไปได้ในเวลาเดียวกัน
จนอาจ
กล่าวได้ว่า Pom Poko เป็นผลงานที่ดีที่สุดชิ้นหนึ่งของ Studio Ghibli
และสมคุณ
ค่ากับการได้รับ คัดเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศญี่ปุ่น ไปร่วมชิงชัยในเวทีออสการ์สาขา
ภาพยนตร์ต่างประเทศ ยอดเยี่ยม ประจำปี 1995
|
|