Kamoman.com
ตุลาคม 21, 2019, 01:56:51 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"  (อ่าน 3681 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
cyborg0011
Administrator
สมาชิกระดับ Super VIP
***************

พลังน้ำใจ +0/-1
กระทู้: 4457


อีเมล์
« ตอบ #90 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2018, 11:18:03 PM »

วัดสระเกศนั้นเคยเป็นที่ตั้งเมรุเผาศพชาววังที่ตายในกำแพงพระนคร ต้องนำศพออกมาเผานอกกำแพงพระนคร โดยถือเอาคลองโอ่งอ่างเป็นเส้นแบ่งเขต เว้นแต่สนามหลวง และวัดบวรนิเวศวิหาร ยังให้เป็นที่เผาศพได้ คือ สนามหลวงเป็นที่พระราชทานเพลิงศพพระบรมราชวงศ์ และสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ส่วนวัดบวรนิเวศวิหารก็เคยเป็นที่เผาศพขุนนางผู้ใหญ่ สถานที่ตั้งเมรุวัดบวรนิเวศวิหารคือสถานที่ตั้งพระอุโบสถ แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว เว้นแต่สนามหลวง

เมื่อนำศพออกมาจากกำแพงพระนครชั้นใน เพื่อมาเผาที่วัดสระเกศ ประตูที่นำศพออกเรียกว่าประตูผี คนรู้จักกันดี แต่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นแยกสำราญราษฎร์ นำศพข้ามคลองโอ่งอ่างก็มาเผาที่เมรุปูนวัดสระเกศ

ข้อมูลของวัดสระเกศว่า เมรุปูนวัดสระเกศ ปัจจุบันคือที่ตั้งวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร เป็นเมรุเกียรติยศ ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) แต่ครั้งยังเป็นพระยาพิพัฒน์รัตนราชโกษาเป็นนายสร้างเมรุ สร้างด้วยอิฐปูนล้วนเรียกว่า “เมรุปูน” สำหรับพระราชทานเพลิงพระศพเจ้านายและศพข้าราชการผู้ใหญ่ แต่เมื่อเมรุตั้งติดถนนและอาคารบ้านเรือน จึงไม่เหมาะที่จะทำการฌาปนกิจศพ ดังนั้นเมรุเกียรติยศจึงได้ย้ายไปตั้งอยู่ที่วัดเทพศิรินทราวาส และได้ยุบเลิกเมรุปูนเสีย แต่ชื่อยังปรากฏอยู่จนบัดนี้ (ต่อมาทางวัดได้มอบสถานที่นั้นให้เป็นที่ตั้งโรงเรียนช่างไม้ เรียกว่า “โรงเรียนช่างไม้วัดสระเกศ” ต่อมาเปลี่ยนเป็น ”โรงเรียนสารพัดช่างพระนคร” และปัจจุบันเป็น “วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร”)
แม้จะย้ายเมรุเกียรติยศไปแล้ว แต่ศพสามัญชนได้ตั้งและเผาที่เมรุซึ่งตั้งอยู่ข้างบรมบรรพต เป็นเมรุทำด้วยไม้ เมื่อ พ.ศ. 2498 สมัยเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชญาโณทยมหาเถระ ครั้งทรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ได้ทรงสร้างเป็นเมรุถาวรก่ออิฐถือปูนพร้อมด้วยศาลาใหญ่ สิ้นค่าก่อสร้างประมาณ 8 แสนบาทเศษ ปัจจุบันคือ ฌาปนสถานคุรุสภาวัดสระเกศ

ส่วนศพที่มาตั้งหรือทิ้งที่วัดสระเกศในอดีต จนกลายเป็นเหยื่อของอีแร้ง เพราะเผาไม่ทันนั้น เกิดในช่วงที่โรคห่าระบาดในพระนคร คนตายกันมากจนเผาไม่ทัน ซึ่งโรคระบาดนี้เกิดในรัชกาลที่ 2 ที่ 3 และที่ 5


เมรุปูน วัดสระเกศ


ที่มา https://www.posttoday.com/life/life/419949
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2018, 10:16:01 AM โดย cyborg0011 » บันทึกการเข้า
cyborg0011
Administrator
สมาชิกระดับ Super VIP
***************

พลังน้ำใจ +0/-1
กระทู้: 4457


อีเมล์
« ตอบ #91 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2018, 11:25:48 PM »

หลังจากคำว่า "แร้งวัดสระเกศ" โด่งดัง ก็มีอีกคำ ที่ถูกล่าวขวัญอย่างสนุกสนาน ก็คือคำว่า "ไก่งวงวัดสระเกศ"
มีเรื่องเล่ากันว่า มีชายคนหนึ่งคิดพิเรนทร์ จับแร้งตัวหนึ่งใส่กระสอบแล้วแบกไปที่บ้านฝรั่งตอนก่อนถึงวันคริสมาสต์ 4 - 5 วัน แล้วบอกว่ามีไก่งวงมาขายในราคาถูก เป็นไก่งวงที่เลี้ยงไว้ในทุ่ง จึงเปรียวมากต้องใส่กระสอบไว้ ฝรั่งชะโงกหน้าลงมาดู ชายคนนั้นก็เผยอปากถุงให้เห็นหัวแดง ตัวใหญ่เท่าไก่งวง ดิ้นขลุกขลักอยู่ในกระสอบ จึงรับซื้อไว้ในราคา 4 บาท รุ่งขึ้น ฝรั่งสั่งให้พ่อครัวเอาไก่งวงออกมายืดเส้นยืดสาย ก่อนที่จะตายในกระสอบ แต่พอเปิดกระสอบปล่อยออกมา แร้งก็วิ่งอ้าวแล้วบินหนีไป เรื่องนี้จึงเป็นที่เล่ากันอย่างสนุกสนานต่อๆมา คำว่า "ไก่งวงวัดสระเกศ" จึงเป็นคำฮิตของบางกอก ในสมัยนั้นไปด้วย

"โรคห่า" ยังคงมาเยือนเมืองไทยทุกปี ในปี พ.ศ.2411 และปี พ.ศ.2416 มีคนตายในช่วงวันที่ 22 มิถุนายน จนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม เป็นจำนวน 6 พันกว่าคน และในปี พ.ศ.2423 สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งคนไทยพอจะมีความรู้ในการป้องกันกำจัดอหิวาต์ ก็ยังมีคนตายเป็นจำนวนหมื่น แต่ตามบันทึกแล้วไม่มีปีไหนที่อหิวาตก์จะระบาดรุนแรงเท่าปี พ.ศ.2363 และ พ.ศ.2392
(จนกระทั่งในปี พ.ศ.2457 ได้มีการผลิตน้ำประปาขึ้นในกรุงเทพฯ อหิวาต์จึงบรรเทาเบาบางลงมาก แต่ก็ยังไม่ขาดหายไป)
อีแร้งวัดสระเกศ(บันทึกภาพในปี พ.ศ.2440) ภาพศพและแร้งที่มากินศพในวัดสระเกศ สภาพของศพนั้นมีการเฉือนศพให้แร้งกินเพื่อถ่ายภาพ พวกแร้งในภาพนั้นอาจจะสังเกตยากซักหน่อย เพราะฟิล์มสมัยเก่าเป็นขาวดำ แร้งซึ่งมีโทนสีออกดำอยู่แล้ว เดินเกะกะอยู่รอบๆ กำแพงซึ่งโทนดำด้วยกัน ยิ่งทำให้ดูยากยิ่งขึ้น แต่ถ้าดูให้ดีก็จะเห็นหลายสิบตัวทีเดียว ผู้ชายที่ยืนอยู่ในรูปนั้นต้องถือไม้ไว้กันอีกแร้งไม่ให้แย่งศพในเวลาถ่ายรูป(ภาพจากหนังสือ "เปิดกรุภาพเก่า" ของ เอนก นาวิกมูล)
ส่วนแร้งนั้น อย่าว่าแต่ที่วัดสระเกศเลย แม้แต่ตามชนบทก็หาแร้งดูได้ยากแล้ว (อาจมีที่สวนสัตว์สงวนไว้ให้คนรุ่นหลังดู) อาจจะเป็นเพราะไม่มีใครทิ้งซากศพให้แร้งกินอย่างสมัยก่อน แม้แต่ซากสัตว์ก็ยังถูกฝังกลบ แร้งชอบกินแต่ของเน่าเหม็น จึงหาอาหารยากขึ้น จนเกือบจะใกล้สูญพันธุ์เต็มทีแล้ว



อ่านเพิ่มเติม http://www.sookjai.com/index.php?topic=189636.0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2018, 11:31:53 PM โดย cyborg0011 » บันทึกการเข้า
tucb
สมาชิกระดับ Super VIP
********************

พลังน้ำใจ +2/-0
กระทู้: 7262


บนฟ้ามีดาว ในจอกมีสุรา


« ตอบ #92 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2018, 01:07:21 PM »


   ขอบพระคุณข้อมูล และภาพเรื่องราวตำนานผีต่างๆจากท่าน cyborg0011 มากๆครับ

                             
บันทึกการเข้า
tucb
สมาชิกระดับ Super VIP
********************

พลังน้ำใจ +2/-0
กระทู้: 7262


บนฟ้ามีดาว ในจอกมีสุรา


« ตอบ #93 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2018, 01:22:10 PM »


   วันหยุดที่ผ่านมาแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนเก่า ครั้งยังเรียนชั้นประถม พ.ศ.2511-2517
โรงเรียนวัดสระแก้ว

                                       

   

   
บันทึกการเข้า
tucb
สมาชิกระดับ Super VIP
********************

พลังน้ำใจ +2/-0
กระทู้: 7262


บนฟ้ามีดาว ในจอกมีสุรา


« ตอบ #94 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2018, 01:28:54 PM »

[size=1ภpt]
   อาคารสีฟ้าๆที่อยู่ติดกันนั่นเมื่อก่อน ชั้นบนคือห้องสมุดประชาชน จังหวัดนครราชสีมา
ชั้นล่างจะเป็นห้องสมุดของโรงเรียน แหล่งเพาะบ่มให้รักการอ่านหนังสือ
   ปรับเปลี่ยนเป็นหน่วยงานรัฐ ในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนไป

                                   

   

    [/size]
บันทึกการเข้า
tucb
สมาชิกระดับ Super VIP
********************

พลังน้ำใจ +2/-0
กระทู้: 7262


บนฟ้ามีดาว ในจอกมีสุรา


« ตอบ #95 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2018, 01:34:25 PM »


    บ้านหลังเก่าแก่หน้าโรงเรียน จะอยู่ตรงข้ามหน้าต่างห้องเรียน สายตาเด็กๆจะจับจ้องลูก
ชมพู่ที่ออกดก ทุกวันนี้ก็คงออกดอกออกผลอยู่

                                 

   

   
บันทึกการเข้า
tucb
สมาชิกระดับ Super VIP
********************

พลังน้ำใจ +2/-0
กระทู้: 7262


บนฟ้ามีดาว ในจอกมีสุรา


« ตอบ #96 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2018, 01:42:35 PM »


   ตัวโบสถ์ติดกับโรงเรียน ในอดีตเด็กก็จะวิ่งเล่นทั้งในบริเวณโรงเรียนและบริเวณวัด
ในปัจจุบันทำรั้วกั้นแยกออกจากกัน
   ถนนด้านหน้านั้นในอดีตจะเป็นที่เล่นมะรูน

                                       

   

   
บันทึกการเข้า
tucb
สมาชิกระดับ Super VIP
********************

พลังน้ำใจ +2/-0
กระทู้: 7262


บนฟ้ามีดาว ในจอกมีสุรา


« ตอบ #97 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2018, 01:47:30 PM »


   สถานที่แห่งแรกที่จะถูกรับน้องคือโคนต้นโพธิ์หน้าโรงเรียน สมัยก่อนโคนต้นจะเป็น
ดินทราย ก็จะถูกฝังหัวว่าถ้าอยากเห็นผีกองกอย ให้เอาก้อนขี้หมามาวาง จุดเทียนทิ้ง
ไว้ตอนเช้าจะเห็นรอยเท้าเล็กๆรอบกองขี้หมา

                                 

   

   
บันทึกการเข้า
tucb
สมาชิกระดับ Super VIP
********************

พลังน้ำใจ +2/-0
กระทู้: 7262


บนฟ้ามีดาว ในจอกมีสุรา


« ตอบ #98 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2018, 01:51:19 PM »


   ใบโพธิ์ที่ร่วงๆอยู่นั้น ให้เอามาปิดหน้าเดินรอบโบสถ์วันพระตอนโพล้เพล้ สามรอบแล้วก้ม
มองลอดใต้หว่างขา จะได้พบเห็นกับภูติผีที่มาขอส่วนบุญ

                             
บันทึกการเข้า
j+w2112
สมาชิกระดับ Super VIP
********************

พลังน้ำใจ +0/-0
กระทู้: 2393


« ตอบ #99 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2018, 08:29:12 PM »


   ใบโพธิ์ที่ร่วงๆอยู่นั้น ให้เอามาปิดหน้าเดินรอบโบสถ์วันพระตอนโพล้เพล้ สามรอบแล้วก้ม
มองลอดใต้หว่างขา จะได้พบเห็นกับภูติผีที่มาขอส่วนบุญ

                             


น่าจะต้องเดินรอบโบสถ์ วนซ้ายด้วยรึเปล่าครับ
บันทึกการเข้า
tucb
สมาชิกระดับ Super VIP
********************

พลังน้ำใจ +2/-0
กระทู้: 7262


บนฟ้ามีดาว ในจอกมีสุรา


« ตอบ #100 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2018, 10:19:59 AM »


   ใบโพธิ์ที่ร่วงๆอยู่นั้น ให้เอามาปิดหน้าเดินรอบโบสถ์วันพระตอนโพล้เพล้ สามรอบแล้วก้ม
มองลอดใต้หว่างขา จะได้พบเห็นกับภูติผีที่มาขอส่วนบุญ

                             


น่าจะต้องเดินรอบโบสถ์ วนซ้ายด้วยรึเปล่าครับ

   ใช่แล้วครับเค้าว่าบอกสืบทอดกันต่อๆมาจนไม่รู้ว่าไอ้คนแรกที่บอกนี่คือใคร...
ให้เดินวนซ้ายทวนเข็มนาฬิกา

                                   
บันทึกการเข้า
tucb
สมาชิกระดับ Super VIP
********************

พลังน้ำใจ +2/-0
กระทู้: 7262


บนฟ้ามีดาว ในจอกมีสุรา


« ตอบ #101 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2018, 10:25:52 AM »


   สมัยนั้นแนวสถูป เจดีย์นี่จะไม่มี จะเป็นแนวปลูกต้นสน พื้นปลูกหญ้าญี่ปุ่นเขียวขจี
เหล่าทะโมนก็จะมาเล่นปาบอล(ใช้ลูกเทนนิส) กลิ้งเกลือกกันบนหญ้า หลวงน้าแสง
ก็จะเอาไม้กวาดมาไล่เด็กๆ

                               

   
บันทึกการเข้า
tucb
สมาชิกระดับ Super VIP
********************

พลังน้ำใจ +2/-0
กระทู้: 7262


บนฟ้ามีดาว ในจอกมีสุรา


« ตอบ #102 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2018, 10:30:58 AM »


    จึงเกิดสงครามแย่งชิงพื้นที่สนามเด็กเล่น ไล่ยังไงเด็กก็ไม่กลัว จึงเกิดข่าวว่า
บริเวณนี้ มีที่ขังแม่นาคพระโขนง (เราก็เด็กเกินไป เลยไม่ได้ถามว่าแม่นาคขึ้นรถ
เมล์สายไหนมา และใครเป็นคนเอามาขัง)
    สถูปขาวๆตรงบันไดทางขึ้นโบสถ์ ขอบล่างๆจะมีรอยปูนปั้นเป็นรูปโซ่ล้อมอยู่

                                     

   
บันทึกการเข้า
tucb
สมาชิกระดับ Super VIP
********************

พลังน้ำใจ +2/-0
กระทู้: 7262


บนฟ้ามีดาว ในจอกมีสุรา


« ตอบ #103 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2018, 10:36:13 AM »


   บริเวณตรงนี้เมื่อก่อนเป็นกุฏิไม้พื้นโล่งยกสูง เมื่อสนามเด็กเล่นปาบอลถูกยึด(เด็กๆ
กลัวผีแม่นาคที่เก่า) จึงมาเล่นปาบอลใต้กุฎิตอนพักเที่ยง ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว สักพักก็มี
เณรมาเรียกให้ขึ้นไปหาพระบนกุฎิ ท่านบอกว่าหนวกหูจะจำวัดก็จำไม่ได้
   
                                     

   
บันทึกการเข้า
tucb
สมาชิกระดับ Super VIP
********************

พลังน้ำใจ +2/-0
กระทู้: 7262


บนฟ้ามีดาว ในจอกมีสุรา


« ตอบ #104 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2018, 10:41:13 AM »


    ก็เลยพึ่งรู้ว่านั่นคือกุฎิของหลวงพ่อคูณ ปุริสุทโธ โดนเทศน์พร้อมเขกกระบาลเป็น
รุ่นแรก
    น่าเสียดายที่ทางวัดไม่ได้เก็บไว้เป็นอนุสรณ์

                                     
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!