Kamoman.com

บอร์ดหรรษากาโม่แมน => ห้องหนังสือนิยายไทย => ข้อความที่เริ่มโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 14, 2018, 02:45:33 PM



หัวข้อ: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 14, 2018, 02:45:33 PM

    สมัยเด็กๆก็นับได้ว่าเป็นสมาชิกชมรมคนตาขาว ผู้ใหญ่เล่าเรื่องผีเป็นต้องอุดหูคลุมโปง
แต่ทีเวลาเล่นบางครั้งก็สนุกจนลืมกลัวเหมือนกัน เวลากลับไปนาที่อำเภอโชคชัย รุ่นใหญ่
เค้าพาไล่จับกระรอก กระแต ก็วิ่งกระโจนโครมๆในศาลา กระโดดปีนข้ามไปทั่ว
    กลับมาเค้าถึงมาเฉลยว่าที่ไปนั่นนะศาลาเก็บศพ ไอ้ที่ปีนข้ามนั่นก็หีบศพ

                             ;>s0d034 ;>s0d028


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 14, 2018, 02:49:35 PM

    พูดแล้วก็เป็นเรื่องแปลก เรื่องผีๆนี่มันกลัวๆกล้าๆยังไงก็ไม่รู้ แต่พอโตขึ้นมาก็เลยค่อยยังชั่ว
ไม่ค่อยปอดแหกเหมือนตอนเด็กๆ ก็เลยหาเรื่องเก็บเรื่องอ่านแนวผีๆ เหมือนหนังสือแนวอื่นกับ
เค้าบ้างเหมือนกัน

                                         ;>s0d015


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 14, 2018, 02:53:46 PM

   เราลองมาชมเรื่องราวของผีๆกัน
   "ผีแปลกแต่จริง" รวมเรื่องสั้นผีๆโดย "วรการ" สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์

                                         ;>s0d036

    (http://image.free.in.th/v/2013/ij/180514075658.jpg) (http://picture.in.th/id/40c384d2674b5a925db32e86fab71d5f)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 14, 2018, 02:57:03 PM

   ชุมนุมเรื่องจริงชุด "ผีหลอก" โดย เทพชู ทับทอง

                               ;>s0d034

   (http://image.free.in.th/v/2013/iy/180514080041.jpg) (http://picture.in.th/id/3fc22a3b621220c41950c72408c3605e)

   (http://image.free.in.th/v/2013/ip/180514080314.jpg) (http://picture.in.th/id/99c8df0b3aee663b4aab0f8df549ed3e)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 14, 2018, 03:03:15 PM

    อันนี้เป็นนิตยสารรายปักษ์ เห็นชื่อก็หนาวขนหัวตั้งแล้ว "แม่นาค!" แต่ด้วยฝีมือ
วาดภาพปกของคุณทวีพร ทองคำใบ ล่ะก็ถึงไหนถึงกัน

                                ;>s0d039

    (http://image.free.in.th/v/2013/im/180514080901.jpg) (http://picture.in.th/id/c3dcd1bc18768570ea1c2d72d4ec6530)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ พฤษภาคม 14, 2018, 03:44:25 PM
 ;>s0d041 ;>s0d041 ;>s0d041

แม่นาคปกนี้เซ็กซี่จริงๆ น่าจะถูกใจแม่ด้วย

 ;>s0d036 ;>s0d038 ;>s0d021 ;>s0d02


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 15, 2018, 11:31:17 AM
;>s0d041 ;>s0d041 ;>s0d041

แม่นาคปกนี้เซ็กซี่จริงๆ น่าจะถูกใจแม่ด้วย

 ;>s0d036 ;>s0d038 ;>s0d021 ;>s0d02

   สงสัยเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เลิกกลัวผีครับ

                           ;>s0d02


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 15, 2018, 11:35:16 AM

    ปกนี้นุ่งผ้าถุงแบบบ้านๆ... จะน่ากลัวก็อีตรงที่หลุดมาจากหม้อ(หม้อจริงๆ)นี่แหล่ะ...บรื๋อออ

                                       ;>s0d09

    (http://image.free.in.th/v/2013/ia/180515044041.jpg) (http://picture.in.th/id/28c2c3d789dad09f44ef079ed91f6d0a)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 15, 2018, 11:41:14 AM

    มาดูปกจากการ์ตูนกันบ้าง ปกติคุณน้า"แมวเหมียว"จะเขียนการ์ตูนคติสอนใจหรือ
นิทานต่างๆ คราวนี้มาเล่มใหญ่ 2 เล่มจบเช่นชื่อก็วิ่งป่าราบแล้ว..."จ้าวป่าช้า"

                                  ;>s0d09 ;>s0d09

    (http://image.free.in.th/v/2013/ip/180515044723.jpg) (http://picture.in.th/id/b7a5d5f0890609db728d8e53f92114bf)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 15, 2018, 11:44:05 AM

    ไอ้มอด ปลวก แมลงสาบนี่มันไม่รู้จักกลัวผีกันมั่งหรือไง เล่มนี้มันยังแอบมาแทะ
แหว่งไปหน่อย...

                                        ;>s0d035

    (http://image.free.in.th/v/2013/ii/180515045010.jpg) (http://picture.in.th/id/8a1887f17b7bee7822cd2f811f071f25)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ พฤษภาคม 15, 2018, 02:10:04 PM
  มาเห็นพ่อใหญ่ตั้งกระทู้ "ชุมนุมเรื่อง "ผี ๆ" แบบนี้แล้ว
 บอกได้เลยว่า.....โอเค โป๊ะ เช๊ะ  ปั๋งหงาย พอใจมาก
กับการรวบรวมเรื่องราวแบบนี้
    โดยเฉพาะคำนำ คำขึ้นต้นของกระทู้ที่อ่านแล้วววว เฮ้ยยย
เจ้าเด็กนั่น ช่างกล้านัก ที่กระโดดข้ามฝาโลงไปมาาาาาา บรู๋ววววววววว



หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ พฤษภาคม 15, 2018, 02:12:20 PM
  อย่าว่าตอนเด็ก  ๆ เลยที่ต้องกระโดดโลดเต้นแถว  ๆ ป่าช้า หรือ หลุมฝังศพ
ขนาดผม เดินผ่าน หรือ ปั่นจักรยานผ่านป่าช้า หรือ ที่เผาศพ ที่อยู่ไม่ไกลจาก
โรงเรียนประถมที่ผมเรียนอยู่ก็ตาม คือแบบว่า อยู่กันคนละฝากข้ามถนน
 เวลาเล่นฟุตบอลและวิ่งไปใกล้ ๆ ป่าช้าที่เผาศพ แบบเตาสองขา ก็ต้องรีบเก็บฟุตบอล
วิ่งเข้าสนามอย่างรวดเร็ว  555


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ พฤษภาคม 15, 2018, 02:14:18 PM
  วันไหนที่ต้องปั่นจักรยานไปตัวอำเภอ เพื่อไปเรียนหนังสือ
และกลับช่วงเย็น ๆ หน่อย แบบโพล้เพล้ ๆ  ผ่านป่าช้าละก็
พยายามปั่นให้เร็ว มองตะแกงหลังไว้บ่อย ๆ ว่า..ผีจะมานั่ง
หรือปล่าวฟ่ะ...ถ้ามาสองคนก็ไม่เท่าไร ถ้าปั่นมาคนเดียววว
    มรึงงงงงเอ๋ยยยยยย ปั่นนนนขาตึงเชียววววแหละ  5555


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ พฤษภาคม 15, 2018, 02:18:00 PM
  ตอนเด็ก ๆ เห็นหลายคนตาย ไม่ว่าญาติ หรือ คนรู้จัก
หรือแม้แต่พ่อตัวเองก็ตาม ก็นึกกลัวอยู่หลายอาทิตย์เหมือนกัน
   ยิ่งช่วง 3 - 5 วันแรก ก่อนเผานี่ ช่ายยยเลยยยย นอนอยู่บนบ้าน
คลุมโปงทีเดียว บางทีก็หมาหอนแถว ๆ หน้าบ้าน ตัวบ้าน เอาแล้ววว ตู...
  บางทีมีกลิ่นเหม็น ๆ โชยมา เอาแล้ววววตู.......
     โตมาอีกหน่อย มาอ่านการ์ตูนผี นิยายผี แรก ๆ ก็อ่านไปอ่านมา
ก็ใจไม่ดีเหมือนกัน แต่พออ่านมาก ๆ โตขึ้น ๆ ก็เริ่มชินนนนนนนนน
อยากจะเห็นจริง ๆ สักครา ยิ่งโดยเฉพาะ ผีสาว ๆ สวย ๆ อวบ ๆ
ด้วยล่ะก็......ตัวใครตัวมันนนนนน  555


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ พฤษภาคม 15, 2018, 02:19:07 PM
  เคยได้ข่าวว่า เรื่องผี ของครูเหม  เวชกร  ขลังนัก
แต่ไม่เคยมีหนังสือผีของครูเหม สักเล่ม แต่เหมือนเคยเห็น
มีคนแปะวางให้เห็น  อย่างไรก็อย่าลืมแปะเรื่องผี ๆ ของครูเหม
ด้วยนะ....พ่อใหญ่ขาาาา


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ พฤษภาคม 15, 2018, 02:31:56 PM
  ให้ตายเถอะโรบิ้น พ่อใหญ่ตู๋โคราชชช
 ปกแม่นาคสองปกนี้เพิ่งเคยเห็น ผมเองก็ได้มาปกที่ 2 -3 หรือไงนี่แหละจำไม่แม่นนัก
เป็นปกภาพวาดของพี่ทวีพร ก็ยังแปลกใจอยู่ว่า...ตอนออกใหม่ ๆ ทำไมเราไม่เห็น
แต่มาได้เมื่อสักปีก่อน รีบคว้าเลยยยย
   นี่แสดงว่า....แม่นาค รุ่นแรก  ๆ  พี่ทวีพร ได้เขียนหน้าปกให้หนังสืออย่างน้อย ๆ
ก็ถึงเล่ม 10 ล่ะ (ที่พ่อใหญ่ลงให้ดู)


(https://uppicimg.com/s/aJASirZK) (https://uppicimg.com/v/aJASirZK)
 


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ พฤษภาคม 15, 2018, 02:32:40 PM
  เล่ม 5  นี่ ผมก็ไม่เคยเห็น ส่วนเล่ม 10  นี่ ข้างล่าง ก็ไม่เคยเห็น

  (https://uppicimg.com/s/yzV5uDqg) (https://uppicimg.com/v/yzV5uDqg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ พฤษภาคม 15, 2018, 02:34:52 PM
  แต่ละปกที่พี่ทวีพร สร้างสรรออกมา มันถูกใจไปหมดดดดด พับเผื่อยยยย
เพราะพี่แกเขียนได้โดนใจวัยเก๋าอย่างเรามากกกกกกกก 555

    ตอนเด็ก ๆ เคยดูหนังเรื่อง จอมเมฆินทร์  น่ากลัวชิปเป๋งงงงงงงง
ถ้าเจอผีชอบดูดเลือดแบบนั้น ในเมืองไทยสักตัวสองตัว คุณเอ๋ยยยยย
หวานนนนนนนนนนน หมอผีคงล่ะ   อิอิ


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ พฤษภาคม 15, 2018, 03:02:08 PM
ลองนึกถึงภาพผีๆที่อาจารย์เหมวาดกับปกที่อาทวีพรวาดแล้ว
มองเห็นวิวัฒนาการของผีไทยๆ ที่ทางหนังหรือสื่อภาพยนตร์เข้ามามีอิทธิพลไม่น้อย
อย่างสูตรสำเร็จในกสนสร้างหนังทีึ่ว่า"ผี+โป๊+เซ็กซ์+โกยอ้าว"มากกว่าสร้างความน่ากลัวต่างๆ
 ;>s0d038 ;>s0d038 ;>s0d038


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ พฤษภาคม 15, 2018, 05:51:45 PM
  เรื่องปอบ ๆ เรื่อง ปอบผีฟ้า เนี่ย เคยดูตอนโน้น ช่วงช่อง 7 ฉาย
โดยมี วีระวรรณ โทณะวณิก  (ใช่ปล่าวหว่า) แสดงเป็น ปอบผีฟ้า
ดูตอนนั้นก็กลัวและสยองอยู่นะ  แต่พอมา ปอบ เหมือนกัน ปอบหยิบ
อะไรเนี่ย มีหลายภาคเหลือเกิน  ทำให้ความกลัวผีปอบแทบไม่มีเลย
เป็นขำ ๆ  ไปซะชิบ  อิอิ 


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 16, 2018, 01:47:36 PM

    ตอนแรกว่าจะชวนคุยเรื่องแม่นาค กะว่าตอนเช้าจะไปจ๊อคกิ้งและแวะถ่ายรูป
ที่โรงเรียนเก่าสมัยประถม ที่รวมแก๊งค์ซนมหาประลัย จนโดนหลอกว่าระวังถูกผี
แม่นาคหลอก (ข้างโบสถ์จะมีสถูปลึกลับ มีรูปรอยโซ่ล่ามขังอะไรเอาไว้)
    วิ่งซนเสียงดัง จนเป็นศิษย์รุ่นแรกที่โดนหลวงพ่อคูณเขกกะบาล แต่พอดีติด
ภาระกิจเมื่อเช้า เลยเอาไว้ไปถ่ายรูปมาเล่าโอกาศหน้าล่ะกัน

                             ;>s0d034 ;>s0d035


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 16, 2018, 01:48:48 PM
  เคยได้ข่าวว่า เรื่องผี ของครูเหม  เวชกร  ขลังนัก
แต่ไม่เคยมีหนังสือผีของครูเหม สักเล่ม แต่เหมือนเคยเห็น
มีคนแปะวางให้เห็น  อย่างไรก็อย่าลืมแปะเรื่องผี ๆ ของครูเหม
ด้วยนะ....พ่อใหญ่ขาาาา


   เอาเรื่องที่พี่แดนถามถึงมาขัดตาทัพไว้ก่อนล่ะกัน

                           ;>s0d015


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 16, 2018, 01:54:14 PM

   ปีศาจของไทย ของครูเหม เวชกร เล่มนี้ตอนวิญญาณที่แร่ร่อน จะเป็นเรื่อง
สั้น 20 เรื่องและมีภาพประกอบซึ่งวาดโดยครูเหม
   สำนักพิมพ์บรรณาคาร พ.ศ.2509

   (http://image.free.in.th/v/2013/il/180516070025.jpg) (http://picture.in.th/id/244168513803400490a82dbbdcf2545e)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 16, 2018, 01:59:14 PM

    ความคลาสสิคน่าจะอยู่ที่ภาพประกอบจากฝีมือของครูเหม และหาครบชุด
ได้ยากมาก โชคดียังได้มาเชยชมเล่มหนึ่งก็ยังดี

                                 ;>s0d018

    (http://image.free.in.th/v/2013/ih/180516070524.jpg) (http://picture.in.th/id/23f8bc7f55b0eae96261616a584d428b)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 16, 2018, 02:03:43 PM

    สำนักพิมพ์บันดาลสาส์นเคยนำมาย่อยจัดพิมพ์ในรูปแบบเล่มเล็กปกอ่อน

                                          ;>s0d012

    (http://image.free.in.th/v/2013/ij/180516070923.jpg) (http://picture.in.th/id/5b44a1718c9bb56ade81413d6d141190)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: gaiyasit ที่ พฤษภาคม 17, 2018, 10:22:24 AM
ผีไทยที่เจ๋งสุดคือ ผีกระสือ ออกแบบได้ยอดมาก มีแค่หัวกับไส้
ตอนเด็ก เชื่อว่ามีจริง มีข่าวลือคุณนายแถวเฉลิมบุรีเป็นกระสือ
เชื่อเสียสนิท 555


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ พฤษภาคม 17, 2018, 11:44:08 AM
น่าจะมีการรวบรวมผีไทยๆดูว่ามีกันมากแค่ไหน?
อย่างในญี่ปุ่นอาจารย์นักวาดเกเกะเค้ารวบรวมมาต่อยอดจนผีญี่ปุ่นไม่ถูกกลืนหายไปกับกาลเวลา


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ พฤษภาคม 17, 2018, 03:42:53 PM
  หนังสือเรื่องผี  ๆของครูเหม เวชกร ที่วาดปก และวาดภาพประกอบเนี่ย
ไม่เคยมีสักเล่ม มีแต่ของเจ้าอื่น แต่ดูปกแล้ว ก็ไม่เท่าไรนี่นา ไม่น่ากลัว
คนอื่นวาดน่ากลัวมากกว่านี้เยอะ  อิอิ
    อ้าวววว ผีกระสือ ไม่มีจริงเหรอะ...คุณหลอกดาวววววว
  ;>s0d010 ;>s0d010


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 18, 2018, 09:11:17 AM
ผีไทยที่เจ๋งสุดคือ ผีกระสือ ออกแบบได้ยอดมาก มีแค่หัวกับไส้
ตอนเด็ก เชื่อว่ามีจริง มีข่าวลือคุณนายแถวเฉลิมบุรีเป็นกระสือ
เชื่อเสียสนิท 555

   นั่นสิครับ..คิดได้ไงสุดยอดมาก สมัยเด็กๆนี่กลัวจนขี้หดตดหายเลย น่าจะติดตามา
จากทั้งนิยายภาพ และภาพโปสเตอร์หนัง "กระสือสาว"
   ทั้งที่พอแก่ตัวลงมานั่งคิด เออ..กลัวอะไรหว่า มีแต่หัว มือเท้าก็ไม่มี อย่างเก่งก็แค่
ใช้ปากกัด ถ้าเป็นสมัยนี้เหรอเสร็จเรา ยิ่งชอบกินต้มแซ่บ ต้มเครื่องในเป็นกับแกล้มอยู่
ด้วย คราวนี้ไม่รู้ใครจะเสร็จใคร ...555

                                      ;>s0d02

                                   ;>s0d015


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 18, 2018, 09:17:52 AM
น่าจะมีการรวบรวมผีไทยๆดูว่ามีกันมากแค่ไหน?
อย่างในญี่ปุ่นอาจารย์นักวาดเกเกะเค้ารวบรวมมาต่อยอดจนผีญี่ปุ่นไม่ถูกกลืนหายไปกับกาลเวลา

   แหล่มเลยครับ...แต่พวกผีสามบาท ผีช่องแอร์ ผีไม้จิ้มฟัน... ฯลฯ พวกนี้ต้องนับด้วยไหม

                                       ;>s0d015


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 18, 2018, 09:19:58 AM

    ภาพประกอบฝีมือครูเหมจากเรื่อง "ของรักเสมอใจ"

    (http://image.free.in.th/v/2013/iw/180518022609.jpg) (http://picture.in.th/id/27f10f162bd52ab8b63e2084d1d08738)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 18, 2018, 09:21:48 AM

    จากเรื่อง "พ่อมดหมอผี"

    (http://image.free.in.th/v/2013/im/180518022757.jpg) (http://picture.in.th/id/0618a68934d1457c79d31c4c08d36e1c)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 18, 2018, 09:26:57 AM

    จากเรื่อง "แม่จ๋า"
    ภาพนี้ดิ...ได้อารมณ์ความรู้สึกสุดๆ นึกถึงสมัยเด็กๆตะเกียงโบราณหรือเทียนที่เวลา
จุดแล้วแสงไฟมันพริ้วไหว เฮ้ย อะไรตะคุ่มตะคุ่ม ...บรื๋อออ....บ่ง..บ่ง..บรู๊วววววววววว

                                   ;>s0d028  ;>s0d09

    (http://image.free.in.th/v/2013/is/180518023249.jpg) (http://picture.in.th/id/ba7ddf3473fb99348bcbf3b60d061159)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ พฤษภาคม 18, 2018, 03:02:58 PM
น่าจะมีการรวบรวมผีไทยๆดูว่ามีกันมากแค่ไหน?
อย่างในญี่ปุ่นอาจารย์นักวาดเกเกะเค้ารวบรวมมาต่อยอดจนผีญี่ปุ่นไม่ถูกกลืนหายไปกับกาลเวลา

   แหล่มเลยครับ...แต่พวกผีสามบาท ผีช่องแอร์ ผีไม้จิ้มฟัน... ฯลฯ พวกนี้ต้องนับด้วยไหม

                                       ;>s0d015


ผีพวกนี้เป็นผีแบบตลกๆจุ๋มจิ๋มมากกว่าจะเป็นผีจริงจัง ที่น่ารวบรวมนั้นผมหมายถึงผีในช่วงที่สืบเนื่องมาจากอดีต อย่างกระสือ,กระหัง,เปรต หรือพวกผีตายท้องกลม,ผีตายโหง,โหงพราย,หรือกุมารทอง ฯลฯ

แน่นอนว่าเหล่านี้เป็นผีของภาคกลาง ยังมีผีทางท้องถิ่นทางเหนือหรือทางใต้ ตลอดจนทางอิสานบ้านเฮาด้วย

 ;>s0d035 ;>s0d035 ;>s0d035 ;>s0d035


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 28, 2018, 08:27:12 AM

    มนุษย์ที่บ้าสะสมทรัพย์สมบัติพอตายไปก็เอาไปไม่ได้ มีห่วง พะวงหวงในสมบัติ
ตายไปก็เลยกลายเป็น "ผีเฝ้าสมบัติ"
    ที่เราท่านคุ้นเคยกันดีก็น่าจะเป็น ปู่โสมเฝ้าทรัพย์

                                   ;>s0d015

    (http://image.free.in.th/v/2013/ie/180528013316.jpg) (http://picture.in.th/id/39d44178233ff37865a5f52728df4c5f)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 28, 2018, 08:29:33 AM

    อีตัวนี้มาแปลก "ผีนิรนาม" แล้วยั่งงี้ถ้าโดนหลอกแล้วจะไปบอกใครเค้าได้ ว่าโดน
ผีอะไรหลอกมา...

                                    ;>s0d08

   (http://image.free.in.th/v/2013/ic/180528013535.jpg) (http://picture.in.th/id/4ed80a11516c02530517960e2f42f7aa)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: gaiyasit ที่ พฤษภาคม 28, 2018, 08:58:41 AM
ถ้าเป็นเด็กๆ อ่านแล้วคงกลัว โตขึ้นความกลัวผีน้อยลงครับพี่
กลัวคนมากกว่า ร้ายกว่าผี
 ;>s0d010


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: kamosafe ที่ พฤษภาคม 28, 2018, 11:27:15 AM
ชอบมากเลยครับนิยายผี ของครุูเหม

เคยมีอยู่เล่มหนึ่่ง ไม่รู้ไปไว้ไหน นานแล้ว
เคยมีมาทำออกฉายทางละครทีวี ช่องอะไรจำไม่ได้  ชอบดูเหมือนกัน..


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: kamosafe ที่ พฤษภาคม 28, 2018, 11:40:03 AM
เจอแล้ว ไตเติล และละครชุดผี ของเหม เวชกร 
น่าดูมากเลย ใครหนอะช่างเอามาให้ดู  ต้องดูให้ครบเรื่อง
จำได้เตยดู แต่จบบ้างไม่จบบ้าง
3_opOTMhOJo&list=PLE15BCB08A8F79BFD


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ พฤษภาคม 29, 2018, 10:14:24 PM
 มาร่วมด้วยช่วยกันเรื่อง ชุมนุมผี ๆๆๆๆๆๆๆ


(http://uppic.sodazaa.com/image.php?id=06E6_5B0D76C9&jpg) (http://uppic.sodazaa.com/share.php?id=06E6_5B0D76C9)Thanks: เกมส์ (http://game.sodazaa.com) ดูบอลสด (http://football.sodazaa.com)

   เขียนปกโดย คุณอาสุรินทร์  ปิยานันท์   ซะด้วยยยย

 


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ พฤษภาคม 29, 2018, 10:15:26 PM
  ไหน ๆ ก็ว่ากันด้วย ชุมนุมเรื่องผี ๆ ก็ต้องมาประสานกันหน่อยยยยย อิอิ

  (http://uppic.sodazaa.com/image.php?id=D9FF_5B0D76C9&jpg) (http://uppic.sodazaa.com/share.php?id=D9FF_5B0D76C9)Thanks: เกมส์ (http://game.sodazaa.com) ดูบอลสด (http://football.sodazaa.com)

(http://uppic.sodazaa.com/image.php?id=1CFF_5B0D76C9&jpg) (http://uppic.sodazaa.com/share.php?id=1CFF_5B0D76C9)Thanks: เกมส์ (http://game.sodazaa.com) ดูบอลสด (http://football.sodazaa.com)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ พฤษภาคม 29, 2018, 10:17:19 PM
  เมื่อก่อนเหมือนเคยได้ยินมาว่า หนังสือผีๆ ขายดีมากกกกกก
พิมพ์กันเป็นล่ำเป็นสัน นักเขียนนิยายผีมีมากันหลายท่านทีเดียวววว
 
  (http://uppic.sodazaa.com/image.php?id=F564_5B0D76C9&jpg) (http://uppic.sodazaa.com/share.php?id=F564_5B0D76C9)Thanks: เกมส์ (http://game.sodazaa.com) ดูบอลสด (http://football.sodazaa.com)

(http://uppic.sodazaa.com/image.php?id=BC2B_5B0D76C9&jpg) (http://uppic.sodazaa.com/share.php?id=BC2B_5B0D76C9)Thanks: เกมส์ (http://game.sodazaa.com) ดูบอลสด (http://football.sodazaa.com)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ พฤษภาคม 29, 2018, 10:19:06 PM
  ที่เห็น ๆ ที่ลงปกให้ดูนี่ก็มี
ลุงผี  พรายตะเคียน  
เทพ นรมาร  เทพ  นรากร  
 4 คนเขียนเรื่องผีเข้าไปแล้ว 555


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 01:10:27 AM
;>s0d034

(https://images-se-ed.com/ws/Storage/Originals/978616/042/9786160425808L.jpg?h=b06891b674c050f2c49bef8d29f193b1)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 01:11:45 AM
;>s0d034

(http://www.mbookstore.com/media/images/content/3704/m_6df17f50e83645e91ac29ebe72a50864.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 01:12:50 AM
;>s0d034 ;>s0d027

(http://www2.nanmeebooks.com/book/imgBook/6024/9786160430611.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 01:14:01 AM
;>s0d027 ;>s0d034

(http://www2.nanmeebooks.com/book/imgBook/6167/9786160430765.png)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 01:15:39 AM
;>s0d02 ;>s0d02 ;>s0d02

(http://upic.me/i/c8/10771_833608066707742_7003548799003385517_n.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 01:18:16 AM

(http://www.klangsayong.com/wp-content/uploads/2018/02/2549-800x420.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 01:19:58 AM

(https://4.bp.blogspot.com/-gHpB7c3Ekos/WQqiHOKTDgI/AAAAAAAAAN8/1jLUVxjd5HsSEraJclHM-l-9Wcxarb9LgCLcB/s1600/%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B5.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 01:22:31 AM
(http://www.matichon.co.th/online/2010/08/12829807841282981400l.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 01:24:22 AM
 ;>s0d02 ;>s0d02 ;>s0d02

(https://asset.mebmarket.com/meb/server1/46138/Thumbnail/large.gif?2)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 01:31:08 AM
(https://i.ytimg.com/vi/2-k9h0-JDOk/hqdefault.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 01:34:37 AM
(http://i.kapook.com/tripplep/10-4-55/GanLulu7.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 01:39:52 AM
(https://4.bp.blogspot.com/-u62wUfIGIA8/WqqDdM2OzPI/AAAAAAAACCA/6vwke9A5O6orWaj6H8J386yejeHgVIksgCLcBGAs/s1600/442_%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25AD%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2588%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2594%2B%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%259C%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2588%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259C%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25A8%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2598%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%25B2.png)


วันคืนล่วงผ่าน ราชธิดาเจ้าเมืองเชียงใหม่ก็คลอดลูก (อันเกิดจากความสัมพันธ์ลับๆ กับสมเด็จพระนารายณ์) เป็นเด็กชายนามว่าเดื่อ พระเพทราชารับเลี้ยงเด็กชายเดื่อ ให้ความรักเสมือนเป็นลูกตนเอง โดยปกปิดเรื่องชาติกำเนิดไว้เป็นความลับ
       
จนเข้าสู่วัยหนุ่ม นายเดื่อได้ถวายตัวรับราชการเป็นมหาดเล็ก (และเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จพระนารายณ์) วันหนึ่ง พระองค์ทรงใคร่จะให้นายเดื่อรู้ความจริง ครั้นจะบอกตามตรงก็ติดขัดด้วยเหตุหลายประการ จึงคิดหาอุบายเฉลยทางอ้อม ตรัสเรียกนายเดื่อมาส่องกระจกเงาเคียงคู่กับพระองค์ แล้วใบหน้าอันประพิมประพายคล้ายคลึงที่ปรากฎให้เห็น ก็เป็นคำตอบที่ต่างฝ่ายต่างรู้กันอยู่ในที เมื่อนายเดื่อรู้ว่า ตนเองมีสิทธิที่จะสืบราชบัลลังก์ ก็เริ่มแสดงพฤติกรรมล่อแหลมหลาย ๆ อย่าง เช่น บริโภคโภชนาหารในพระสุพรรณภาชนะอันเหลือเสวย หรือนำเอาพระภูษาทรงซึ่งเจ้าพนักงานตากไว้นั้นมานุ่งห่ม ฯ ผู้ใดจะว่ากล่าวตักเตือนก็ไม่ฟัง จึงเจ้าพนักงานทั้งหลายนำเอาเหตุนั้นขึ้นกราบทูล สมเด็จพระนารายณ์ก็ไม่ได้ถือสา มิหนำซ้ำในกาลต่อมา ยังเลื่อนนายเดื่อขึ้นเป็นหลวงสรศักดิ์
           
ช่วงปลายแผ่นดิน สมเด็จพระนารายณ์ทรงพระประชวร แลอาการนั้นก็ทรุดหนักลงตามลำดับ พระราชพงศาวดาร ฉบับพระราชหัตถเลขา เล่าไว้ว่า หลวงสรศักดิ์ฉวยกุมโอกาสนี้ เป็นต้นคิดเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวให้พระเพทราชาเข้าร่วมชิงบัลลังก์ ท้ายสุดก็นำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร โดยฝ่ายที่มีพระเพทราชาและหลวงสรศักดิ์เป็นผู้นำ ได้รับชัยชนะ จากนั้นมินาน สมเด็จพระนารายณ์ก็เสด็จสวรรคต พระเพทราชาได้ขึ้นครองราชย์ เริ่มต้นราชวงศ์บ้านพลูหลวง หลวงสรศักดิ์ได้เป็นกรมพระราชวังบวรฯ เหตุการณ์ต่อมาก็ทำท่าว่าจะราบรื่นเป็นไปตามครรลอง คือ หากสิ้นพระเพทราชาแล้ว กรมพระราชวังบวรฯ น่าจะได้เป็นกษัตริย์สืบต่อ
           
อุปสรรคมาเกิดตรงที่ พระเพทราชาทรงมีโอรสแท้ๆ ในสายโลหิต นามว่าเจ้าพระขวัญ เมื่อพระเพทราชาทรงประชวรหนัก ข่าวลือก็แพร่สะพัดหนาหูว่า เจ้าพระขวัญจะได้เป็นรัชทายาท กรมพระราชวังบวรฯ จึงระแวงในตัวเจ้าพระขวัญ กระทั่งลวงมาปลงพระชนม์ ขณะนั้น เจ้าพระขวัญเพิ่งมีอายุได้ 13 ปี ผ่านพิธีโสกันต์ (โกนจุก) มาไม่นาน และกำลังฝึกหัดขี่ม้า วันเกิดเหตุ เจ้าพระขวัญกำลังเสวยแตงโมไปได้ครึ่งลูก กรมพระราชวังบวรฯ ก็ให้ข้าทาสบริวารมาเชิญเสด็จเจ้าพระขวัญเข้าเฝ้า อ้างว่ามีพระบัณฑูรไปทรงม้าให้ทอดพระเนตร เจ้าพระขวัญเก็บแตงโมอีกครึ่งที่เสวยค้างไว้ แล้วเสด็จมาเข้าเฝ้า ครั้นมาถึงก็พบว่าบรรดาพี่เลี้ยงข้าไททั้งปวงถูกกีดกันให้อยู่แต่เพียงเบื้องนอกบริเวณกำแพง เจ้าพระขวัญจึงเสด็จเข้าไปตามลำพัง และโดนสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ในพระตำหนักหนองหวาย เสร็จแล้วก็เอาพระศพใส่ถุง ให้ข้าหลวงนำไปฝัง ณ วัดโคกพระยา
           
เมื่อสิ้นรัชสมัยของพระเพทราชาแล้ว อดีตหลวงสรศักดิ์หรือกรมพระราชวังบวรฯ ก็ขึ้นครองราชย์ และเป็นที่คุ้นเคยเรียกขานในพระนามว่า พระเจ้าเสือ ตอนนี้แหละครับ ที่เชื่อกันว่า ได้เกิดเรื่องเฮี้ยน ๆ สยองขวัญขนหัวลุก ครั้งแล้วครั้งเล่าในตำหนักเดิมของเจ้าพระขวัญ พูดง่าย ๆ คือ วิญญาณหรือผีเจ้าพระขวัญ ยังคงอาละวาดหลอกหลอน ไม่ยอมไปผุดไปเกิด หลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรจริงๆ เกี่ยวกับ “ความแรง” ของเจ้าพระขวัญ มีอยู่นิดเดียวเท่านั้น ครั้งแรกคือ ขณะประสูติ เกิดเหตุแผ่นดินไหวเป็นนิมิตอัศจรรย์ จนคนทั้งหลายเลื่อมใสเข้าสวามิภักดิ์เป็นอันมาก ส่งผลให้สถานะผู้สืบทอดราชสมบัติของกรมพระราชวังบวรฯ ต้องสั่นคลอนในอีกหลายปีต่อมา
           
ถัดมาคือ ขณะที่เจ้าพระขวัญถูกลวงไปปลงพระชนม์ เจ้าฟ้ากรมหลวงโยธาทิพ ซึ่งเป็นพระมารดา กำลังเข้าที่พระบรรทมอยู่ แต่เพียงแค่เคลิ้มๆ ไป ยังมิได้หลับสนิท ก็ได้ยินเสียงเจ้าพระขวัญมาทูลว่า "ข้าพเจ้าจะขอพระราชทานผลอุลิตหวานซีกซึ่งเหลืออยู่นั้นเสวยต่อไป" ผลอุลิตหวานก็คือ "แตงโม" (ในพจนานุกรมฉบับที่ผมใช้ สะกดเป็น "อุลิด" ต่างจากในพระราชพงศาวดารเล็กน้อย) เจ้าฟ้ากรมหลวงโยธาทิพได้ยินเสียงนั้นแล้ว ก็ตกใจสะดุ้งตื่น รู้ทันทีว่าเป็นลางร้าย และเมื่อข้าทาสบริวารเจ้าพระขวัญ เดินร้องไห้เข้ามากราบทูล ลางร้ายนั้นก็กลายเป็นจริง พระราชพงศาวดารเล่าไว้เพียงเท่านี้ ไม่มีรายละเอียดอื่นใดเพิ่มเติม
       
เรื่องเล่าที่ว่า ศาลาการเปรียญ วัดใหญ่สุวรรณาราม น่าจะเป็นตำหนักเดิมของเจ้าพระขวัญ และเนื่องด้วยผีดุเหลือเกิน พระเจ้าเสือจึงถวายยกให้สมเด็จแตงโมฯ เป็นการแก้อาถรรพณ์ โดยถอดรื้อจากกรุงศรีอยุธยา ลำเลียงมาปรุงเรือนประกอบขึ้นใหม่ที่เพชรบุรี เพื่อใช้เป็นศาลาการเปรียญ ทั้งหมดนี้เป็นข้อสันนิษฐานของม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เมื่อครั้งมาแสดงปาฐกถาที่วิทยาลัยครูเพชรบุรี โดยให้เหตุผลว่า พิจารณาจากรูปแบบอาคาร ที่มีช่อฟ้า ใบระกา และเขียนลายทองแล้ว ผู้ที่เคยพำนักอาศัยในตำหนักดังกล่าว ควรจะต้องเป็นบุคคลระดับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน
       
ในบทความชื่อ "แลเพชรภูมิ พลิกหาปูมเมืองเพชร" จากหนังสือ "อารยะของแผ่นดิน" โดยคุณนิพัทธ์พร เพ็งแก้ว ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า เมื่ออาจารย์คึกฤทธิ์เล่าจบ หมาสิบกว่าตัวที่หมอบอยู่รอบหอประชุมวิทยาลัยครูเพชรบุรี พร้อมเพรียงกันลุกขึ้นโก่งคอหอนรับส่งเสียงโหยหวนวังเวง ขณะที่เหล่าคณาจารย์และนักศึกษาต่างล้วนเงียบกริบ สบตากันเลิกลั่ก อาจารย์คึกฤทธิ์จึงหยอดทิ้งท้ายไว้ว่า "...ที่พูดนี่พวกคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่หมามันเชื่อก็แล้วกัน!"
       
มีเหตุผลสนับสนุนเรื่องนี้อีกอย่างหนึ่งคือ อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปะ ประวัติศาสตร์ และโบราณคดีของเมืองเพชร ลงความเห็นว่า สังเกตรอยคมขวานที่บานประตูแล้ว ไม่ได้ฟันจากบนลงล่าง น่าจะเป็นการใช้ขวานจามขณะถอดบานประตูนอนราบอยู่กับพื้นมากกว่า เพราะรอยนั้นชี้ทิศจากล่างสู่บน จึงเป็นไปได้ว่า อาจเป็นการผ่าประตูเพื่อแก้อาถรรพณ์ที่ติดมากับศาลาหลังนี้ ทั้งเรื่องเล่าที่ว่า รอยผ่าเกิดจากขวานพม่าหรือเหตุการณ์ผีเจ้าพระขวัญหลอกหลอน ต่างยังไม่มีบทสรุปและหลักฐานรัดกุมแน่นหนานะครับ เป็นเพียงแค่เรื่องเล่ากึ่ง ๆ นิทาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริง
       
ถ้าถามผมว่า คล้อยตามเรื่องเล่าเกี่ยวกับรอยขวานพม่าหรือว่ากรณีผีดุมากกว่ากัน? พูดตามตรง เชื่อยากทั้งสองเรื่อง เปลี่ยนคำถามเสียใหม่ว่า "ชอบ" เรื่องไหน? คำตอบก็คือ ผมชอบทั้งสองเรื่องเท่าๆ กัน จะตัดเหตุการณ์ไหนทิ้งไป ก็เข้าข่ายรักพี่เสียดายน้อง (หรือจะให้ถูกต้องยิ่งขึ้นก็คือ "รักผีเสียดายขวาน")
จนต้องหยิบมาผสมรวมกัน กล่าวคือ เมื่อเจ้าพระขวัญโดนปลงพระชนม์แล้ว ก็มีเหตุต่างๆ นานา ยามค่ำคืนมักจะได้ยินเสียงเด็กร่ำไห้ดังออกมาจากตำหนัก บางทีผู้คนเดินผ่านไปมา ก็พบผีเจ้าพระขวัญมาสะกิดข้างหลัง ถามหาผลแตงโมครึ่งซีกที่เสวยค้างไว้ บางทีกลางวันแสกๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งโครมครามไปมาบนตำหนัก ฯลฯ
       
บรรดาชาววังทั้งหลาย จึงอยู่ไม่เป็นสุข ต่างพากันเข็ดขยาด ไม่กล้าเดินผ่านตำหนักเจ้าพระขวัญ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่โดนผีเจ้าพระขวัญเล่นงานหนักหน่วงสุด ควรจะต้องเป็นพระเจ้าเสือ ซึ่งทั้งโดนเข้าฝันหลอกหลอนอยู่ทุกค่ำคืน ทั้งได้ยินเสียงผีเจ้าพระขวัญมาฝึกขี่ม้าวนเวียนรอบ ๆ พระองค์ในยามกลางวัน
รวมทั้งเมื่อจะเสวยผลอุลิต พลันที่ใช้มีผ่าซีกแตงโม ก็ปรากฎเลือดเนืองนองท่วมท้น พระเจ้าเสือในเรื่องที่ผมฟุ้งซ่านคิดไปเอง น่าจะทรงแก้ไขด้วยวิธีการต่างๆ นานา ทั้งทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณเจ้าพระขวัญ อาราธนาพระสงฆ์มาทำพิธีที่ตำหนัก ฯ แต่ผีก็ยังดุและหลอกหลอนอยู่เหมือนเดิม มิหนำซ้ำยิ่งสยองหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ
       
ตามทฤษฎีคิดโดยปราศจากผู้ร่วมสมคบ ผมนึกแถเอาสีข้างเข้าถูได้อีกว่า เหตุที่พระเจ้าเสือทรงเสด็จไปยิงนกตกปลายังละแวกถิ่นต่าง ๆ (ดังเช่นที่ปรากฎในพงศาวดาร) ก็เพื่อจะหลีกเลี่ยงห่างไกลจากตำหนักผีดุ เพื่อให้ได้อรรถรสแซ่บซึ้งยิ่งขึ้น เมื่อเสด็จห่างจากตำหนักเดิมของเจ้าพระขวัญแล้ว ก็ยังคงโดนหลอกหลอนไม่เลิกรา และฝันร้ายอยู่เนืองๆ จนเมื่อทราบข่าวว่า สมเด็จแตงโมฯ จะบูรณะปฏิสังขรณ์วัดใหญ่สุวรรณารามนั่นแหละครับ พระองค์ก็ทรงเห็นทางแก้ปัญหา ผีเด็กกินแตงโม ก็ต้องแก้ด้วยพระที่ได้นิคเนมจากการกินแตงโมเมื่อครั้งวัยเยาว์ จึงจะถูกคู่ลงตัว ตำหนักเจ้าพระขวัญ ก็เลยถูกถอดรื้อถวายท่านสมเด็จแตงโมฯ เพื่อใช้เป็นศาลาการเปรียญ ที่วัดใหญ่สุวรรณาราม และคงจะได้มีพิธีแก้อาถรรพณ์ สะกดวิญญาณ โดยไม่ต้องใช้ขวานผ่าประตู
       
เหตุการณ์ผีหลอกจึงสงบลง จนล่วงเลยถึงคราวเมื่อทัพพม่าผ่านมายังเมืองเพชร และมีคำสั่งให้กวาดต้อนครัวเรือนชาวบ้านไปเป็นเชลย ผู้คนที่ตระหนกตกใจในภัยจวนตัว ไม่รู้ว่าจะหลบหนีไปไหน ก็พากันเข้าซ่อนยังภายในศาลาการเปรียญ ตามเรื่องเล่าที่แพร่หลาย เมื่อทหารพม่าใช้ขวานจามบานประตู พบว่าเป็นไม้เนื้อหนา ยากแก่การทำลาย จึงล้มเลิกความตั้งใจ ล่าถอยกลับไป ง่าย ชืด จืดไปหน่อย กร่อยไปนิดนะครับ ผมก็เลยต้อง "ใส่ไข่ระบายสี" ให้ผีเจ้าพระขวัญมีบทบาทอีกสักครั้ง พลันที่คมควานกระทบเนื้อไม้ ก็มีเสียงกรีดร้องเจ็บปวด ดังขึ้นแถวๆ บริเวณรอยผ่า
           
แรกเริ่ม บรรดาทหารพม่า ก็เข้าใจว่าเสียงหวีดสยองดังกล่าว มาจากชาวบ้านที่หลบอยู่ข้างใน ตะโกนขึ้นด้วยความกลัว ในทางกลับกัน ชาวบ้านก็คิดว่า เบื้องนอกนั้น ทหารพม่าคงจะสำเร็จโทษเด็กที่หลบหนีซ่อนตัวไม่ทัน แต่เมื่อพม่าเงื้อขวานฟันบานประตูเป็นครั้งที่สอง ก็เห็นกันถนัดชัดแจ้งว่า ข้อมือทหารผู้นั้นคล้ายดังถูกบิด กระทั่งกลายเป็นการเหวี่ยงในท่วงท่าฝืนธรรมชาติ รอยผ่าจึงปรากฎในลักษณะ ฟันย้อนจากล่างขึ้นบน ผลก็คือ ทหารพม่าผู้ปฏิบัติการ ข้อมือหักทันที ซ้ำร้ายยังลงคลานสี่เท้า ทำท่าเป็นม้า วิ่งควบตะบึงไปมา (คงไม่ลืมนะครับว่า ก่อนโดนปลงพระชนม์ เจ้าพระขวัญกำลังหัดขี่ม้า) ทำเอาพรรคพวกโดนดีดโดนชนบาดเจ็บกันระนาว
       
ท้ายสุดพม่าผู้โดนวิญญาณเจ้าพระขวัญควบขี่เหมือนม้า ก็หมดแรงขาดใจตาย ทหารพม่าที่เหลือก็เลยวงแตก โกยแน่บ เผ่นกระจาย ศาลาการเปรียญและผู้คนที่หลบอยู่ในนั้นจึงแคล้วคลาดปลอดภัย


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: kamosafe ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 08:19:07 AM
ตำนานผีเจ้าผีนาย  สนุกจัง เป็นเกร็ดเล็กน้อยที่น่าอ่านมากครับ
ประวัติศาสตร์  ต้องมีตำนานแบบนี้เสมอ อาจเป็นเรื่องจริงที่บางครั้งไม่กล้าเล่า บรื๋อ ซ์ ซ์


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 09:04:36 AM
ถ้าเป็นเด็กๆ อ่านแล้วคงกลัว โตขึ้นความกลัวผีน้อยลงครับพี่
กลัวคนมากกว่า ร้ายกว่าผี
 ;>s0d010

   นั่นสิครับ..อย่างเก่งก็แค่แว่บๆมาหลอก (ที่มาแหกหูแหกตา ควักไส้ หรือมาบีบคอก็
ไม่เห็นมีข่าว) ม่ายงั้นเหยื่อที่ถูกฆ่าตายคงมาเอาคืนไปแล้ว
   คน(สาวๆ)นี่น่ากลัวกว่าเยอะ หลอกให้หลงรักจนหมดใจไปหลายดวงแย้ว...

                            ;>s0d02 ;>s0d015


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 09:07:16 AM
ชอบมากเลยครับนิยายผี ของครุูเหม

เคยมีอยู่เล่มหนึ่่ง ไม่รู้ไปไว้ไหน นานแล้ว
เคยมีมาทำออกฉายทางละครทีวี ช่องอะไรจำไม่ได้  ชอบดูเหมือนกัน..


   ขอบคุณครับ ที่มาร่วมชมรมคนชื่นชมผี....กึก..กึก..กื๋ออออ.

                                 ;>s0d034 ;>s0d09


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 09:09:46 AM
ที่เห็น ๆ ที่ลงปกให้ดูนี่ก็มี
ลุงผี  พรายตะเคียน  
เทพ นรมาร  เทพ  นรากร  
 4 คนเขียนเรื่องผีเข้าไปแล้ว 555


  ขอบพระคุณ คุณพี่แดนที่ช่วยกรุณาขุดกรุป่าช้าผีมาร่วมด้วยครับ

                               ;>s0d015


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 09:12:27 AM
(http://i.kapook.com/tripplep/10-4-55/GanLulu7.jpg)
   ว้า...น่าสงสารผีนางตานีจัง ยากจนไม่มีเสื้อผ้านุ่ง ผีนางไม้เค้ายังมีเสื้อผ้าสวยๆใส่

                                     ;>s0d015


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 09:28:15 AM

   ขอบพระคุณท่าน cyborg0011 สำหรับภาพและเรื่องราวครับ
   สำหรับตำนานผีเจ้าผีนายนั้น เอ่ยถึงสมเด็จแตงโม ความเชื่อการแก้เคล็ดเพราะสมัยเด็กๆ
ท่านชื่อทอง ไปเล่นน้ำกับเพื่อนๆยามหิวก็กินเปลือกแตงโมที่ลอยน้ำมา  เพื่อนจึงล้อเรียกว่า
แตงโม ได้บวชเรียนจนได้เป็น พระสุวรรณราชา(คณะ) หรือสมเด็จแตงโม
   หนังสือส่งเสริมการอ่านเรื่อง สมเด็จเจ้าแตงโม ภาพประกอบโดย "พี่รงค์"

   (http://image.free.in.th/v/2013/if/180530023426.jpg) (http://picture.in.th/id/a0f35246717b0aa419b593d146ef673c)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ พฤษภาคม 30, 2018, 02:56:14 PM
  ป๋า Cybrog0011 เล่นมาที เล่นเอาใจหายยยแว่บบบบบเลยยย
ชอบมากก็ ผีนางตานี ภาพนั่นแหละ.... ใบกล้วยใหญ่จริง ๆๆๆๆๆ อิอิ

     หนังสือ สมเด็จเจ้าแตงโม  เพิ่งเคยเห็นนี่ะแหละ แต่เคยได้ยินเรื่องเล่า
แบบนี้มานาน


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 31, 2018, 03:00:02 PM

    วิญญาณผีร้าย... เป็นผีก็น่ากลัวอยู่แล้ว ดันหน้าตายังกะตัวพรีเดเตอร์อีก

                                    ;>s0d034

    (http://image.free.in.th/v/2013/ia/180531080417.jpg) (http://picture.in.th/id/ce24e43f8666904ad1a8a6a11eeef755)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ พฤษภาคม 31, 2018, 03:02:42 PM

    วัดร้างอย่างงี้ก็โกยเถอะโยม...หลวงพ่อยังอยู่ไม่ได้ โยมจะอยู่ทำไมล่ะ

                                 ;>s0d09 ;>s0d09

    (http://image.free.in.th/v/2013/in/180531080848.jpg) (http://picture.in.th/id/11bab258de3c2aa406b696c3e66f2c55)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: kamosafe ที่ พฤษภาคม 31, 2018, 10:44:44 PM
ผีนางตานี ใครเขียนเหรอ  อยากอ่านจังเลย  อิอิ
ใบตองใหญ่จริง ๆ


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 01, 2018, 12:28:32 AM
ดูเหมือนแหล่งที่มีการเล่าเรื่องผีอย่างเป็นล่ำเป็นสัน น่าจะเป็นการ์ตูนเล่มละ(๕)บาทนี่แหละ

(http://www.weloveshopping.com/shop/oldcomicbook/C1765.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 01, 2018, 12:32:54 AM
(http://www.mbookstore.com/media/images/content/3577/m_5a1493445bb35fbb1ac1b56518054d0a.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 01, 2018, 12:33:41 AM
(http://www.mbookstore.com/media/images/content/3708/m_13406b374eb529c0b0f32396e292b290.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 01, 2018, 12:34:23 AM
(http://www.mbookstore.com/media/images/content/4104/m_9cd26318321702fc9d8555af2036f972.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 01, 2018, 12:35:07 AM
(http://www.mbookstore.com/media/images/content/3714/m_33814f84d6664f0bf605e4e8c79c15f6.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 01, 2018, 12:35:52 AM
(http://www.mbookstore.com/media/images/content/3709/m_b3bdbe88d7aea244e5c811619935eafc.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 01, 2018, 12:36:46 AM
(http://www.mbookstore.com/media/images/content/5038/m_1bb834a799e197f18e346b0a5956bdb3.jpg)

 ;>s0d02 ;>s0d02 ;>s0d02 ;>s0d02


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 01, 2018, 12:38:47 AM
(https://fl.lnwfile.com/cf0tsg.jpg)
(http://img.tarad.com/shop/t/tumtoilet3/img-lib/spd_20101225155428_b.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 01, 2018, 12:41:56 AM
นี่ก็การ์ตูนที่โด่งดังจนกลายเป็นหนังใหญ่

(http://www.popcornfor2.com/upload/71/news-full-70786.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 01, 2018, 12:45:44 AM
สงครามระหว่างเวทย์มนต์ของหมอผีกับบรรดาสัมภเวสีปีศาจผีหนีนรก ก็เป็นสุดยอด"ธีม"ของเรื่องผีๆไทย

(http://a.lnwfile.com/_/a/_raw/ew/wa/62.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 01, 2018, 01:06:57 AM
อำพล เจน เล่าเรื่องผี
พระกันผีได้ไหม?
 August 17, 2017 Ampol Jane บ้านผีสิง, ปีศาจ, ผี

จู่ ๆ ผมเกิดคิดถึงพี่ ณรงค์ จันทร์เรือง ขึ้นมา โดยไม่มีเหตุผล

จะว่าไปแล้ว บางทีจะเพราะมีผู้อ่านหลายท่านเขียนจดหมายมาขอพระกันผีกับผม จึงอาจเป็นเหตุให้คิดถึงพี่ณรงค์ ด้วยพี่ณรงค์นั้นเป็นนักเขียนเรื่องผีชั้นแนวหน้า ของเมืองไทยคนหนึ่ง ใช้นามปากกาว่า “ใบหนาด” และเรื่องผีที่เขียนโดยพี่ณรงค์ ผมก็อ่านแทบทั้งหมด ตั้งแต่สมัยยังเด็ก อ่านแล้วก็กลัวเป็นวรรคเป็นเวรจริง ๆ


(http://www.ampoljane.com/wp-content/uploads/2017/08/asdf-300x206.jpg)
(ณรงค์ จันทรฺเรือง)

20 ปีก่อน ผมยังทำงานรับใช้ พี่แอ๊ว (ราช เลอสรวง) ได้เจอกับพี่ณรงค์บ่อย ๆ แทบทุกสัปดาห์ ด้วยพี่ณรงค์กับพี่แอ๊วนั้นเป็นเพื่อนซี้กัน เลยได้รับอานิสงส์ได้รับเลี้ยงข้าวปลาอาหารจากพี่ณรงค์เสมอ บางคราวก็ส่งผมขึ้นแท๊กซี่กลับบ้านโดยออกสตางค์ให้ด้วย

ไหน ๆ ผมจะเขียนเรื่องผีทั้งนั้น ต้องขอบารมีพี่ณรงค์เป็นที่พึ่ง เพราะว่าผมอาจจะต้องเขียนไปกลัวไป จำต้องอาศัยการระลึกถึงครูบาอาจารย์เอาไว้ปลอบขวัญที่กำลังสั่นระทึกชอบกล

คงต้องบอกว่าไม่รู้เป็นเวรเป็นกรรมอะไรเมื่อผมไปอยู่ที่ไหนก็ตาม มักจะมีผีอยู่ด้วย

ผีนั้นอยู่มาก่อนผมนะครับไม่ใช่ว่าจะคอยสะกดรอยตามผมไปอยู่

ถ้าผมจะซื้อบ้านหรือที่ดินสักแปลงจะต้องถามเจ้าของเขาก่อนเสมอว่ามีอะไร ไม่มีอะไร เช่น มีไฟฟ้าไหม มีโทรศัพท์ไหม มีขโมยไหม ถามไปเรื่อย ๆ จนถึงคำถามสุดท้ายก่อนจะตัดสินใจซื้อว่า มีผีไหม?

ทุกรายตอบเป็นเสียงเดียวกันหมด คือ ไม่มี

ไม่มี หรือไม่มี๊ (เสียงสูงซะ) นี่แหละครับ น่ากลัว
สมัยผมซื้อบ้านหลังแรกที่ซอยวัดบัวขวัญ ก็ซอยข้างๆห้างบางลำพูสรรพสินค้า สาขางามวงศ์วานนั่นแหละ บ้านนั้นก็มีผีอยู่แล้วตัวหนึ่ง เป็นผีผู้หญิง แล้วก็สวยเสียด้วย

ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้าไปอยู่เลยทีเดียว เธอโผล่หน้ามาชะโงกดูผมทำงานตอนดึก ๆ เธอเป็นผู้มีผมยาวสลวยสวยขำ ดำเป็นเงา ท่าจะสระผมทุกวัน และหมั่นหวี จึงดูไม่ยุ่งเหยิงเป็นกระเซิงเหมือนผีทั่วไป

โธ่! ถามได้ กลัวซีครับ

จะเอาบ้านไปคืนเขาก็คงไม่ให้เงินคืนเป็นแน่

ใช่แต่ผมคนเดียวที่ไหน เธอยังเที่ยวไปกวนคนอื่น จนเขาออกอาการขวัญหนีดีฝ่อกันทั้งบ้าน

ดีว่าเธอสวยนะครับ ถ้าหากว่าขี้เหร่ขนาดตาโบ๋หรือหนังเหี่ยวดำติดกะโหลก หรือว่าไม่มีหัวมีแต่ตัว
ผมว่าคงเกิดจราจลเหมือนขาไพ่ป๊อกเผ่นหนีตำรวจไม่มีผิด

หนักเข้าทุกคนชักจะทนไม่ไหว ทำท่าจะย้ายบ้านโดยไม่ขออนุญาตผมเสียก่อน ซึ่งถือว่าผิดธรรมเนียมเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนจะทำเหมือนขบถแก่ตัวผม ไม่ฟังเสียง ไม่อยู่ในปกครองกันอีกต่อไป เรื่องมันก็จะต้องคิดอ่านทำอะไรสักอย่าง

แต่เจ้าประคุณเอ๋ย คิดยังไงก็คิดไม่ออก

ค่ำวันหนึ่งในฤดูชุนเทียน มีลมอ่อน ๆ โชยมาเรื่อย ๆ ไผ่หวานที่มีอยู่กอเดียวโยกไกวเหมือนนักดนตรีสีไวโอลิน แต่ว่ามันสีเป็นเสียงอ๊อด ๆ แอ่ด ๆ แบบว่าช่างเข้าบรรยากาศแบบที่พี่ณรงค์เขียนชะมัด

ผมเดินออกไปซื้อเบียร์มา 6 ขวด กลับมาปูเสื่อนั่งกินตรงสนามหญ้าหน้าบ้าน หันหลังให้ถนน หันหน้าเข้าหาบ้าน กินไปก็มองบ้านของตนเองแบบเหม่อ ๆ เห็นบ้านทั้งหลังที่ตะคุ่มเป็นเงาคือปัญหาใหญ่ที่ขบไม่แตก ความเป็นอัจฉริยภาพแห่งฉลาดเฉลียวไม่รู้หายไปไหนหมด นั่งบื้อแบบคนจิตว่างในพระนิพพานไปนานแค่ไหนไม่รู้ตัว

พอเบียร์ขวดที่ 6 หมดไปเท่านั้น ผมก็ผุดลุกขึ้นแบบหมาจนตรอกตะโกนใส่บ้านตนเองดังลั่น

“ไอ้หรืออีอะไรก็ตามที่อยู่ในบ้านหลังนี้ ขอให้เข้าใจเสียด้วยว่าเจ้าอาศัยข้อยอยู่ ข้อยเป็นเจ้าของบ้าน ไม่เชื่อไปดูโฉนดได้เลย เพราะฉะนั้นเจ้าต้องเชื่อฟังข้อยผู้เป็นเจ้าของบ้านที่เจ้าอาศัยอยู่ เจ้าต้องไม่เที่ยวไปทำให้ใครเขากลัว และไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรก็ตามเจ้าคุยกับข้อยคนเดียว ห้ามไปยุ่งกับคนอื่น จำไว้นะโว้ย”

มีคนในบ้านโผล่ออกมาถาม
“ว่าใครเหรอน้า”
“เปล่า ๆ กลับไปนอนกันซะเถอะ” ผมตอบ

เชื่อหรือไม่ หลังจากนั้นมา เธอผู้แสนสวยก็หายสาบสูญไป ไม่มีใครพบเห็นอีกเลย จนวันนี้

หลังจากผมย้ายไปอยู่อุบลฯ คนใหม่ที่มารับช่วงต่อจากผมก็อยู่เย็นเป็นสุขดีไม่มีเรื่องผีสางเลยแม้แต่น้อย

แปลกนะครับ

แสดงว่าผีนี่ก็พูดจากันรู้เรื่องเหมือนคนเราทุกประการ
พอย้ายมาอยู่อุบลฯ ก็ยังไม่พ้นเรื่องผีอีกจนได้

ผมซื้อที่ปลูกบ้านอยู่ปากทางเข้าวัดหนองป่าพง ด้านบ้านห้วยไผ่ ผมเลือกที่นี่เพราะว่าผมยังมองเห็นรอยเท้าของหลวงพ่อชา เวลาออกบิณฑบาต พอมาอยู่ที่นี่ก็รู้สึกว่าได้อยู่ใกล้หลวงพ่อ และท่านก็ยังอยู่ไม่ไปไหน มีความรู้สึกเหมือนหมาที่อยากอยู่ใกล้เจ้าของ แม้เจ้าของไม่อยู่บ้าน ก็จะนอนคอยจนกว่าเจ้าของจะกลับ ถ้าไม่กลับก็จะคอยต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่

บ้านหลังนี้เป็นบ้านแบบชนบททั่วไป มีทุ่งนา มีเพื่อนบ้านเป็นชาวบ้านที่อยู่มาก่อนแต่ชั่วปู่ย่าตายาย

วันแรกที่เข้าอยู่ก็เป็นเรื่อง

มีเสียงโครมๆครามๆเหมือนของชิ้นโตหล่นในบ้านที่ขณะนั้นไม่มีใครอยู่แม้แต่คนเดียว
แม้เสียงอื่น ๆ แปลก ๆ ก็มากและบ่อย ๆ

เวลาผมไปต่างจังหวัดหลายคืน ก็จะมีเพื่อนบ้านมาถามว่าเอาใครมาเฝ้าบ้าน เพราะเห็นว่ามีคนเดินท่อม ๆ อยู่ในบริเวณบ้านทุกคืน

ลูกน้องของผมเจอกันไปต่างๆนานา

เจ้าจิ๋ว(เวลานี้ลาออกไปเปิดร้านซ่อมวิทยุสื่อสาร)ผูกเปลยวนนอนเล่นอยู่ในโรงงาน ก็มายืนไกวเปลให้
เจ้าจิ๋วนี่ดูจะมีความอดทนกับผีมากที่สุด ค่าที่ยามว่างจะไปช่วยมูลนิธิกู้ภัย เก็บศพเป็นกุศล

เจ้าเปิ้ล (เดี๋ยวนี้เป็นพระเปิ้ล) นั่งทำงานเร่งด่วนในโรงงานดึกๆคนเดียว เห็นกับตาว่าเดินผ่านประตูโรงงานช้าๆ สภาพแบบโปร่งแสง

เจ้าเปิ้ลก็อีกคนที่ไม่กลัวผี เพราะว่าเคยติดตามหลวงปู่พรหมาออกป่าบ่อย ๆ

ลูกศิษย์ปิงปองของผม เป็นนักกีฬามหาวิทยาลัยอุบลฯ ผมจับมานอนที่บ้านคุมซ้อม 3 คน คือ นังต่าย นังเป้ และนังออย เห็นว่ามานั่งอยู่ปลายเท้าเวลานอนกลางคืน นังต่ายกลัวที่สุด นังเป้เจ๋งกว่าใคร จึงกลายเป็นที่พึ่งให้นังต่ายและนังออย ถ้านังเป้ไม่อยู่สักคืน 2 คนนี่จะหาเรื่องไม่นอน จะกลับไปหาแม่ที่บ้านเสมอ เดี๋ยวนี้นังเป้จบปริญญาตรี นังออยก็จบด้วย นังต่ายจบปริญญาโท จบไปแบบมีผีให้กลัวทุกคืน ทำให้มีเวลาอ่านหนังสือมากขึ้น

ยังมีอีกหลายรูปแบบที่เล่าไม่ไหว รอให้พี่ณรงค์มันมือเล่าต่อก็แล้วกัน

ทั้งหมดที่เจอต่างพูดตรงกันว่าเป็นผีผู้หญิง

สังเกตดูว่าแม้ทุกคนหรือบางคนจะกลัว แต่เขาก็อยู่ได้ ไม่ถึงกับจะตีโพยตีพายอะไร

ผมก็ไม่คิดจะจัดการอะไรเหมือนกัน เพราะว่าเดี๋ยวนี้ผมไม่กลัว เมื่อไม่กลัวก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเหมือนทำกับบ้านที่ถนนงามวงศ์วาน

ที่ผมหายกลัวนั้นก็มีวิธีอยู่ครับ แต่ไม่รู้จะบอกใครได้

อย่างหนึ่งที่จะช่วยทุกคนให้หายกลัวได้คือ วิธีธรรมชาติ ซึ่งจะปรับตัวเองให้ชิน อย่างเช่นเรากลัวงู พอเจองูบ่อยๆก็จะเข้าใจธรรมชาติของงูว่าเป็นอย่างไร และในที่สุดเราก็เข้าใจว่างูมันกลัวเราเหมือนกัน บางทีจะกลัวมากกว่าที่เรากลัวมันด้วยซ้ำไป

เคยมีหมอธรรมคนหนึ่งมาทำพิธีที่บ้านผมแล้วบอกว่า บ้านผมมีผีสำคัญอยู่ตัวหนึ่ง อยู่ที่นี่มานานมากแล้ว

เรียกว่าสมัยก่อนที่นี่ผีเยอะ เป็นทางผ่านของผีนับร้อยพัน

พอผมมาปลูกบ้านแล้ว เหลือผีนี่อยู่ตัวเดียว

บางทีจะเพราะผมซัดทรายเสกของหลวงพ่อแช่ม และหลวงปู่คำพันธ์ ไว้รอบบริเวณบ้าน แล้วอธิษฐานว่า ถ้าผีไม่มีคุณไม่เป็นมิตรเข้าไม่ได้ ถ้าผีมีคุณและเป็นมิตรอนุญาตเข้าได้กระมัง

ผมถามหมอธรรมว่าแล้วผีที่ท่านบอกนี่อยู่ตรงไหน หมอธรรมชี้ไปข้างสระบัวติดกับโรงงาน

ผมก็ว่า “อ้าว ผมชอบไปฉี่รดต้นไม้แถวนั้น แกจะไม่ว่าเหรอ”
“ไม่ว่า” หมอธรรมตอบ “แกถูกกันกับคุณดี เพราะว่าเป็นพวกธรรมะธัมโมเหมือนกัน”

ก็แปลกดีไม่รู้จะเชื่อได้แค่ไหน

อย่างไรก็ตาม ผีสำคัญที่หมอธรรมว่านั้นได้มาเข้าฝันผมในคืนหนึ่ง บอกว่าตัวเองชื่อน้อย เป็นหญิงขนาดกลางคน ท่าทางใจดีและเป็นมิตร ผมจึงเรียกแกว่ายายน้อยตลอดมา เวลาอยู่บ้านคนเดียวก็ไม่เหงา เพราะรู้ว่ามียายน้อยอยู่เป็นเพื่อน จะไปไหนมาไหนไหว้วานเป็นธุระดูแลบ้านก็ได้ หมั่นไส้ลูกน้องคนไหนแกก็จะไปจัดการให้ เดี๋ยวเดียวเท่านั้นลูกน้องคนนั้นก็กลายเป็นคนเรียบร้อยว่านอนสอนง่ายขึ้นมา
ถ้าถึงขนาดอยากไล่ออก เดี๋ยวเดียวลูกน้องคนนั้นก็หอบผ้าหอบผ่อน หนีไปเอง
ยายน้อยให้หวยแม่นนะครับ ลูกน้องผมคนหนึ่งชื่อว่า ทิดสม เคยบวชกับ อ.เวทย์ แล้วสึกมาทำงานกับผม
ทิดสมถูกหวยแทบทุกงวดจนปลูกบ้านให้พ่อได้หลังหนึ่ง

แต่ผมกลับไม่เคยถูกเลย เพราะว่าผมไม่เล่นหวย ได้แต่ดูคนอื่นถูกและยินดีปรีดากับเขา
หลวงปู่พรหมา เขมจาโร เคยมานอนที่บ้านผม 2 ครั้ง ทั้ง 2 ครั้งได้หวยไปบอกชาวบ้านถูกตรง ๆ ไม่ต้องกลับทั้ง 2 ครั้ง

ท่านว่า  “ภูมิที่บ้านลูกให้หวยแม่น”

นึก ๆ ดู ผีก็มีคุณนะครับ

สำหรับท่านที่ขอพระกันผีจากผมนั้น ผมไม่รู้จะว่ายังไง เพราะว่าบ้านผมก็ยังมีผีอยู่ด้วย

พระกับผีของคู่กันอยู่ด้วยกันมาแต่ไหนแต่ไร ไม่รู้ว่าพระจะมีวิธีไหนไปกันผี ตัวหลวงปู่หลวงพ่อก็ต้องโปรดผีกันตลอดชีวิต

ถ้าถามว่าพระสำหรับกันผีมีหรือไม่
คงจะมีอยู่หรอก แต่ที่ผมไม่มีพระแบบนี้แน่ ๆ ไม่ต้องสงสัยเลย
———————-

งานเขียนเก่าของ อำพล เจน
ตีพิมพ์ในหนังสืออะไร?เมื่อไหร่?..ไม่ทราบ(ลืม)

ที่มา http://www.ampoljane.com/2017/08/17/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1/


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 01, 2018, 02:42:24 AM
(http://www.igetweb.com/www/khanoldbook/catalog/p_975334.jpg?23)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 01, 2018, 11:07:47 AM

   555... ถ้านับรวมเรื่องผีในการ์ตูนเล่มละบาทนี่ สงสัยคนไม่ต้องทำมาหากินกันแล้ว
โดนผีหลอกหัวโกร๋นถ้วนหน้า คงต้องไปพึ่งมือปราบสัมภเวสี ม่ายก็โกสต์บัสเตอร์.....

                                   ;>s0d015


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ มิถุนายน 01, 2018, 05:12:51 PM
   ดูมาก็หลายปก แต่ผมไม่เคยขัดเคืองใจมากกกกกเท่าปกนี้
   "ตายเพราะหวย"
    เพราะหลายงวดมาแล้ว ผมแค้นมันมาก อาจจะ "ตายเพราะหวย"
จริง  ๆ ก็ได้    55555



(https://uppicimg.com/s/AwPCQ5qO) (https://uppicimg.com/v/AwPCQ5qO)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 02, 2018, 01:43:42 AM
(http://fb1-co.lnwfile.com/v9ob4m.jpg)

"เกรียงศักดิ์ พิศนาคะ" ไม่รู้ว่าญาติข้างไหนเหมือนกัน



หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 02, 2018, 01:47:00 AM
ชุมนุนภาพวาดผีๆของ"ครูเหม"

(https://f.ptcdn.info/872/055/000/p37jvra3pdq9zJVy5ua-o.jpg)(https://f.ptcdn.info/872/055/000/p37jtpacbmk7KpFGOvN-o.jpg)(https://f.ptcdn.info/873/055/000/p37k2sh2wpu9a5Qvrb0-o.jpg)(https://f.ptcdn.info/872/055/000/p37jb6esrQcSL0bbmtr-o.jpg)
(https://f.ptcdn.info/872/055/000/p37jnq695m7rXhhi3yg-o.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 02, 2018, 01:50:19 AM
อันนี้ภาพจริงของเรื่องตำนาน"แร้งวัดสระเกศ" คงไม่ต้องเล่าดีเทลล่ะนะ..บรื๋อออออ

(http://www.bkkvariety.com/wp-content/uploads/2016/01/ghost-door1.jpg)
(https://templerattanakosin.files.wordpress.com/2014/11/rang04.jpg)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 02, 2018, 02:07:19 AM
(http://sarakadee.com/feature/2000/07/images/pret_01.jpg)

ส. พลายน้อย เขียนอธิบายขยายความ–เปรต--เป็นความรู้ที่อ่านกันเพลิน ๆ มิได้มุ่งพิสูจน์ว่าเปรตมีจริงหรือไม่อย่างไร



ผมเห็นเปรตมาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก เมื่ออายุเจ็ดแปดขวบ เรียนหนังสือชั้นประถม ที่โรงเรียนประชาบาลวัดประดู่ทรงธรรม เคยตามพระไปที่วิหาร ซึ่งอยู่นอกเขตสังฆาวาสไปทางตะวันออก เป็นที่เงียบสงบ พระได้พาไปดูเปรตที่หลังพระประธาน เป็นภาพเปรตรูปร่างผอมโซ แสดงอาการว่าได้รับทุกข์ทรมานต่าง ๆ นานา

เปตหรือเปรตตามความเข้าใจของคนทั่ว ๆ ไป มีรูปผอมสูง แลบลิ้นยาว จนเอามาเปรียบกับคนร่างผอมสูงว่า สูงเป็นเปรต ในกรุงเทพฯ มักอ้างเปรตวัดสุทัศนเทพวราราม ด้วยมีคำกล่าวกันว่า “แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์ฯ” คำกล่าวนี้หมายความว่าแร้งกับเปรตมีมากที่สองวัดนี้ ความจริงทั้งแร้งทั้งเปรต น่าจะอยู่ที่วัดสระเกศแห่งเดียวกัน เพราะป่าช้าวัดสระเกศได้ชื่อว่ามีคนเอาศพไปทิ้งไว้มาก จนมีแร้งมาจับอยู่ตามต้นตาล ตามกำแพงวัดเพื่อรอกินซากศพ ส่วนวัดสุทัศน์ฯ ไม่มีป่าช้าก็ไม่น่าจะมีเปรตไปชุมนุม เป็นแต่เสียงคนพูดกันว่าเปรตวัดสุทัศน์ฯ ตัวสูงถึงเอามือจับยอดเสาชิงช้าได้

ตามความเห็นส่วนตัว เข้าใจว่าจะเป็นการพูดเปรียบเทียบ เปรตวัดสุทัศน์ฯ คงจะหมายถึงพวกขอทาน คือบริเวณนั้นใกล้ตลาดเสาชิงช้าหน้าโบสถ์พราหมณ์ มีผู้คนมาชุมนุมกันมาก พวกขอทานก็ต้องมีมากเป็นธรรมดา จำได้ว่ามีพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ เรื่องหนึ่งตรัสเรียกพวกขอทานบริเวณสะพานหันว่า “เปรตสะพานหัน” ฉะนั้นเปรตวัดสุทัศน์ฯ ก็คงจะเป็นอย่างเดียวกัน เมื่อมาเข้าคู่กับแร้งวัดสระเกศจึงมีคนพูดกันติดปากมากกว่าที่อื่น

ทำไมจึงเรียกพวกขอทานเป็นเปรต เห็นได้ว่าใน ไตรภูมิกถา ได้เรียกตามลักษณะอาการที่พวกขอทานยกมือไหว้นั่นเอง คือพวกขอทานมีแบบแผนการไหว้ผิดกับคนธรรมดา จะยกมือทั้งสองขึ้นสูงเหนือหัว ซึ่งเรียกการไหว้แบบนี้ว่า ไหว้อย่างเปรต เด็กที่ไหว้อย่างนี้ถือว่าไม่งาม จะถูกผู้ใหญ่ดุว่าเป็นเปรตขอส่วนบุญ ขอให้สังเกตการไหว้ของเปรตในภาพจิตรกรรมดูเถิด

เมื่อครั้งเป็นเด็กมีคนพูดถึงเปรตกันมาก แต่ก็ไม่เคยเห็นรูปร่างเปรตที่มาสำแดงอาการให้เห็น เป็นแต่พูดเล่ากันหรือเอามาขู่เด็กที่โมโหร้ายใช้มือตีพ่อแม่ ว่าทำอย่างนั้นตายไปจะเป็นเปรต มือโตเท่าใบตาล ที่ว่าได้ยินเสียงร้องก็มี ครั้งหนึ่งตอนโพล้เพล้ผมกับพ่อยืนคุยกับเพื่อนของพ่ออยู่ที่ประตูรั้วหลังบ้าน ซึ่งมองเห็นป่าช้าวัดยม สักครู่หนึ่งเพื่อนของพ่อก็หันมาทางผมแล้วถามว่า “ไอ้หนูมีสตางค์แดงซักอันไหม” เมื่อผมล้วงกระเป๋าส่งให้ เพื่อนของพ่อก็กำไว้ในมือแล้วขว้างไปทางป่าช้าพร้อมกับพูดว่า “เขามาร้องขอส่วนบุญ ให้เขาไป”

เชื่อกันว่าเปรตร้องกรี๊ด ๆ (หรือวี้ด ๆ แล้วแต่หูคน หรือตามอัธยาศัย) คนที่ร้องกรี๊ด ๆ จึงถูกว่าร้องเหมือนเปรต ที่แปลกก็คือ เหตุการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เพื่อนของพ่อได้ยินเสียงเปรตร้องเพียงคนเดียว ผมกับพ่อไม่ได้ยิน

ผู้ที่เคยเห็นเปรต และมีผู้จดบันทึกไว้ก็คือ พระสังกิจจคุณวัดตรีทศเทพ เคยเล่าถวายสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ตามเรื่องว่า คราวหนึ่งเวลากลางคืน มีเสียงร้องดังอยู่สูง ๆ เสมอ คนข้างวัดและคนในวัดได้ยินด้วยกัน ฉะนั้นคืนหนึ่งพระสังกิจจคุณจึงชวนพระและคฤหัสถ์หลายคน ออกไปดูในบริเวณที่มีเสียงร้องนั้น ในชั้นต้นเสียงร้องดังอยู่สูง แล้วค่อย ๆ ต่ำลง ๆ จนเห็นเป็นคนยืนพิงต้นไม้อยู่ พระสังกิจจคุณหาว่าเป็นคนที่เคยอยู่ในวัดนั้น ชื่อคล้าย แต่ตายไปแล้ว เพราะลักไก่วัดกินเมื่อตายไปจึงเป็นเปรต

มีคนถามว่านางนากพระโขนงไม่ได้ทำผิดอะไร ทำไมจึงเป็นเปรตได้ ผมก็ตอบว่าเพราะนางมีใจผูกพัน (นี่ว่าตามนิยาย) เช่นเดียวกับนางวันทองถูกประหารชีวิตแล้ว แต่ใจยังผูกพันอยู่กับลูก ก็ไม่ไปผุดไปเกิด

“จะกล่าวถึงวันทองที่ต้องโทษ
พระองค์ทรงโปรดให้เข่นฆ่า
เมื่อขาดใจอาลัยถึงลูกยา
เวราพาเป็นอสุรกาย”

ครั้งหนึ่งพระไวยจะไปรบกับพวกมอญ เพราะได้ข่าวว่าขุนแผนถูกพวกมอญจับได้ นางวันทองเกรงว่าพระไวยจะเป็นอันตราย จึงแปลงเป็นสาววัย ๑๕ มาดักกลางทาง พระไวยไม่รู้ความจริงก็เข้าไปเกี้ยวพาราสี นางวันทองโกรธบอกให้รู้ว่าเป็นแม่ มาเตือนให้ระวังตัว

“ตัวเจ้าจะยกออกไปทัพ
น่าจะยับเยินย่อยถอยหนี
ศึกนี้หนักหนาสง่ามี
ไพรีเรี่ยวแรงจะรุกราน
รอรั้งระวังให้จงดี
จะเสียทีอย่าโหมเข้าหักหาญ
ว่าแล้วเผ่นโผนโจนทะยาน
เสียงสะท้านทั่วท้องพนาวัน
ศูนย์หายกลับกลายไปตามเพศ
เป็นเปรตสูงเยี่ยมเทียมสวรรค์
ไม่มีหัวตัวทะมื่นยืนยัน
เหียนหันหายวับไปกับตา”




 ในภาษาไทยนิยมเรียก “เปรต” ตามภาษาสันสกฤต แต่ในตำราภาษาบาลีใช้คำว่า “เปต” เรื่องราวของเปรตเราได้รับมาจากอินเดีย มีความหมายถึงสัตว์ที่เกิดในอบายภูมิพวกหนึ่ง หรือคนที่ตายไปแล้ว และมีที่อยู่เป็นสัดเป็นส่วน เพราะในตำนานกล่าวว่าที่ป่าหิมพานต์ มีเมืองชื่อวิชาตอยู่เหนือนรกขึ้นมา เมืองนี้เป็นที่อยู่แห่งเปรตทั้งหลาย แสดงว่า เปรตถูกแบ่งแยกออกจากผีธรรมดาทั่วไป มีเมืองอยู่โดยเฉพาะ มีเปรตชื่อมหิทธิกาเป็นอธิบดีปกครองเปรตทั้งหลาย ซึ่งมีจำนวนถึง ๑๒ พวกด้วยกัน และแต่ละพวกก็มีกรรม คือ การประพฤติการปฏิบัติอันมิชอบมิควรต่างกัน เมื่อตายจากมนุษย์ก็ถูกแยกประเภทให้ไปอยู่พวกนั้นพวกนี้ตามกรรมที่ทำไว้

เพื่อให้ทราบถึงลักษณะ และผลกรรมของเปรตแต่ละพวกว่าเป็นอย่างไร จะขอเก็บความจากเปตกถาในจารึกวัดพระเชตุพนฯ และในเรื่องสัตว์นรก และเปรตวิสัยของพระยาพจนสุนทร (เรือง อติเปรมานนท์) มาเล่าประกอบดังต่อไปนี้

๑. วันตาสาเปรต เป็นชื่อเปรตพวกหนึ่งที่มีร่างวิกล น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก เป็นเปรตที่มีอาการกระหายน้ำอยู่เป็นนิตย์ และแม้จะอยู่กับน้ำก็ไม่ได้กินน้ำนั้นตามปรารถนา กลับได้กินแต่เสมหะ เหงื่อไคล น้ำมูก น้ำลาย ของผู้อื่นเป็นอาหาร หรือของเหลือเดนที่คนอื่นสำรอกทิ้งไว้

เหตุที่ต้องรับโทษกรรมดังนี้ ก็เพราะชาติก่อนที่เป็นมนุษย์ เป็นคนมักง่ายสกปรก เมื่อจัดหาอาหาร และน้ำถวายพระและพราหมณ์ผู้มีศีล ก็ล้วนแต่ของไม่สะอาดมีน้ำมูกน้ำลายปะปนระคนอยู่ หรือแม้แต่ถ่มเสลดน้ำลายลงในบริเวณพระเจดีย์ พระศรีมหาโพธิ พระพุทธปฏิมา ผู้ที่ทำอย่างนั้นตายไปย่อมไปเป็นวันตาสาเปรต

๒. กุณปขาทาเปรต เปรตพวกนี้กินซากศพเป็นอาหาร ไม่ว่าจะเป็นศพมนุษย์ ช้าง ม้า วัว ควาย และสุนัข เปรตเหล่านี้กินหมดทั้งนั้น แต่ก็ใช่ว่าจะมีให้กินตลอดเวลา บางครั้งก็ได้กิน บางครั้งก็ไม่ได้กิน

เหตุที่ต้องมาเป็นเปรตพวกนี้ ก็เนื่องจากเมื่อครั้งเป็นมนุษย์มีนิสัยชอบแกล้งพระและพราหมณ์ผู้มีศีล ให้ฉันอาหารอันไม่สมควรฉัน เช่นเนื้อสัตว์ที่ต้องห้าม ได้แก่ เนื้อมนุษย์ เนื้อช้าง เนื้อม้า เนื้อสุนัข เนื้องู เนื้อสีห์ เนื้อเสือโคร่ง เนื้อเสือเหลือง เนื้อหมี เนื้อเสือดาว ผู้ใดแกล้งบังคับให้พระฉันเนื้อสัตว์เหล่านี้ เมื่อตายไปก็เป็นเปรต

๓. คูถขาฑาเปรต เป็นเปรตที่กินอุจจาระและปัสสาวะ หรือน้ำที่เจือปนด้วยสิ่งสกปรก เช่น น้ำครำ น้ำโคลน

ที่ต้องรับกรรมเช่นนี้ เพราะเมื่อเป็นมนุษย์ชอบแกล้งหรือบังคับให้พระบริโภคโภชนาหารที่เจือปนด้วยอุจจาระ ปัสสาวะ ของช้าง ม้า วัว ควาย

๔. อัคคีชาลมุขเปรต เป็นเปรตที่อยู่ที่ไหนก็แลเห็น เพราะมีเปลวเพลิงพลุ่งออกจากปากทั้งกลางวันกลางคืน มีแสงสว่างออกไปไกลถึง ๑ โยชน์ เป็นเปรตที่มีพลังงานความร้อนและแสงสว่าง จึงต้องรับทุกข์เวทนาร้อนปากอยู่ตลอดเวลา

เปรตพวกนี้เมื่อครั้งเป็นมนุษย์แกล้งบังคับให้พระบริโภคอาหารที่ร้อนเพื่อจะได้หัวเราะเล่นเป็นของสนุก จึงได้รับทุกข์ดังกล่าว

๕. สูจิมุขเปรต เป็นเปรตรูปประหลาด ท้องใหญ่ คอยาว ช่องปากเท่ารูเข็ม จะกินอะไรก็ไม่ได้ ต้องอาศัยช่องหูแทน ฉะนั้นเรื่องรสอาหารไม่ต้องพูดถึง และมีอาการระโหยหิวอยู่ตลอดเวลา

ที่ต้องรับทุกข์เช่นนี้ก็เพราะเคยเป็นเศรษฐี แต่ไม่เคยทำบุญทำทานถวายอาหารบิณฑบาต บริจาคโภชนาหารแก่ผู้ขัดสนอดอยาก ตัวเองไม่ทำแล้วยังยุให้คนอื่นไม่ทำตามด้วย

๖. ตัณหิกาเปรต เป็นเปรตที่มีความกระหายน้ำอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่มีโอกาสได้กิน เมื่อไปถึงสระน้ำหรือแม่น้ำซึ่งตามปรกติก็มีน้ำบริบูรณ์ พอเปรตนั้นจะกินก็กลับกลายเป็นน้ำเลือด น้ำหนอง น้ำอุจจาระ ปัสสาวะ เป็นกองแกลบ ก็อดกิน

ทั้งนี้ก็เพราะในชาติก่อนเป็นคนรักษาบ่อน้ำ สระน้ำ แต่หวงน้ำไว้ไม่ให้พระสมณพราหมณ์ผู้มีศีลได้ฉันได้บริโภค มนุษย์และสัตว์ก็ห้ามไม่ให้เข้าไปดื่มกิน บาปกรรมจึงเป็นเช่นนี้

๗. สนิชฌามกาเปรต มีรูปร่างน่าเกลียด เปลือยกายผอมเห็นกระดูกซี่โครง มีกลิ่นเหม็น มือ และเท้าหงิก มีเขี้ยวงอกออกมาจากปาก ตาทั้งสองข้างถลนออกมาดังตาปู มีความอยากข้าวและอยากน้ำอยู่เป็นนิตย์ แต่ได้กินเพียงขนสัตว์และเล็บสัตว์เท่านั้น

เมื่อครั้งเป็นมนุษย์ไม่มีความเลื่อมใสในพระศาสนา เป็นคนใจบาป ขณะที่พระสมณพราหมณ์ผู้มีศีล และพระพุทธเจ้ากำลังมีโรคาพาธได้รับความลำบากเวทนาอยู่นั้น คนพวกนี้กลับพากันหัวเราะเยาะเย้ยหยัน ทำท่าทางหลอกล้อ กล่าววาจาขู่ตะคอก ผลกรรมจึงทำให้มาเป็นเปรตพวกนี้

๘. สัตถังคาเปรต พวกนี้มีเล็บมือ เล็บเท้ายาวคมดังอาวุธ บางพวกมีเล็บมือ เล็บเท้าคล้ายเบ็ด เมื่อมีความหิวกระหายเกิดขึ้นก็ใช้เล็บมือเล็บเท้าตะกุยร่างกาย แคะควักเอาเนื้อและเลือดของตนกินเป็นอาหาร

เวรกรรมอันนี้เนื่องจากเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ เป็นคนดุร้าย ชอบหยิกข่วนคนทั้งหลายด้วยเล็บ บางทีก็เฆี่ยนตีคนอื่นด้วยหวายทำให้เกิดแผลมีเลือดไหลไปทั้งตัว

๙. ปัพพตังคาเปรต มีร่างกายดุจภูเขาที่ไฟไหม้อยู่ทั้งกลางวันกลางคืน หาความสุขมิได้

เหตุด้วยเมื่อครั้งเป็นมนุษย์ เป็นคนชอบเผาบ้านเรือน เผาเมือง เผาวิหารที่อยู่ของพระและผู้มีศีลทั้งหลาย

๑๐. อชครังคาเปรต มีร่างกายคล้ายงูเหลือมที่ถูกไฟเผาอยู่ บางทีไฟเกิดขึ้นแต่หัวไปถึงปลายหาง บางครั้งไฟก็เกิดแต่ปลายหางขึ้นมาถึงหัว บางครั้งไฟก็เกิดแต่หัวและปลายหาง แล้วลามเข้ามาบรรจบกันที่กลางตัว เป็นอยู่อย่างนี้ตลอดกาล

เหตุด้วยครั้งเป็นมนุษย์ ชอบทำรูปงูเหลือมหลอกคนให้ตกใจ หรือทำเป็นรูปสัตว์ร้ายต่าง ๆ ให้คนหนีละทิ้งบ้านเรือนไป แล้วขึ้นเก็บทรัพย์สินเงินทอง เผาบ้านเรือน

๑๑. เวมานิกะเปรต พวกนี้มีวิมานอยู่ แต่มีความสุขเป็นบางครั้งบางคราว บางทีกลางวันอยู่ในวิมาน ส่วนกลางคืนไปรับทุกขเวทนาในที่ของเปรต บางทีมีความสุขอยู่ในวิมานครึ่งเดือน อยู่ในที่ของเปรตครึ่งเดือน

เหตุด้วยเมื่อเป็นมนุษย์ มีใจศรัทธาทำบุญบริจาคทาน แต่ก็ยังไม่ละความชั่ว ยังประพฤติทุจริตคิดมิชอบอยู่เนือง ๆ

๑๒. มหิทธิกาเปรต เป็นพวกที่มีรูปร่างงดงาม เป็นใหญ่กว่าเปรตทั้งหลาย ๑๑ พวกที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ดูตามสภาพแล้วเหมือนมีโภคสมบัติบริบูรณ์ แต่ความจริงมีความอดอยากโหยหิว บางครั้งแสวงหาอาหารมาได้ ครั้นจะบริโภคอาหารนั้นกลับกลายเป็นสิ่งบูดเน่า เป็นอุจจาระ ปัสสาวะ เมื่อมีความหิวก็จำต้องบริโภค

เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเคยเกิดเป็นกษัตริย์ เป็นมเหสี เป็นมุขมนตรี เป็นพราหมณมหาศาล เป็นเศรษฐีใหญ่ เป็นภิกษุสามเณรที่เคยตั้งตนเป็นหัวหน้าชักชวนคนให้สร้างวิหาร กุฎี อุทิศถวายต่อสงฆ์ แล้วมอบช้าง ม้า วัว ควาย ข้าทาสให้อยู่ดูแลรักษาอาราม แล้วต่อมาภายหลังกลับนำเอาของสงฆ์เหล่านั้นมาใช้สอยเสียเองบ้าง ให้คนอื่นบ้าง

 



เปรตดังกล่าวมานั้นเรียกว่าเปรตมีนาย มีหัวหน้าควบคุมให้อยู่เป็นที่เป็นทาง ส่วนเปรตไม่มีนาย คือพวกที่มีอกุศลกรรมน้อย พวกนี้จะไปเที่ยวที่ใดก็ได้ตามอัธยาศัย มีตัวอย่างเปรตที่เป็นญาติของพระเจ้าพิมพิสาร ต้องเป็นเปรตได้รับทุกข์ทรมานมาช้านานหลายกัลป์ จนถึงสมัยพระโคดมพุทธเจ้ามาตรัสรู้ และญาติคนหนึ่งของเปรตเหล่านั้นได้มาบังเกิดเป็นกษัตริย์ มีพระนามว่า พระเจ้าพิมพิสาร

ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จจาริกมายังเมืองราชคฤห์ พร้อมด้วยพระสงฆ์ที่เป็นบริวาร ได้ตรัสเทศนาโปรดพระเจ้าพิมพิสาร และในครั้งนั้นพระเจ้าพิมพิสารได้ถวายมหาทานแด่พระพุทธองค์ และพระสงฆ์ บรรดาเปรตที่เป็นญาติก็พากันมาเพื่อจะรับส่วนบุญ แต่ในเวลานั้นพระเจ้าพิมพิสาร กำลังทรงตรึกตรองถึงการที่จะสร้างมหาวิหาร ถวายพระพุทธเจ้า จึงมิได้ทรงอุทิศแผ่ส่วนกุศล ในการถวายมหาทานนั้นแก่ผู้ใด เมื่อเปรตมิได้รับส่วนบุญตามที่ตั้งใจไว้ ตกกลางคืนก็พากันส่งเสียงร้องครวญคราง ดังเข้าไปถึงภายในพระราชนิเวศน์

พระเจ้าพิมพิสารได้ทรงสดับเสียงกรี๊ด หวีดหวิวของพวกเปรตก็ตกพระทัยว่า จะมีเหตุอันใดเกิดขึ้นแก่พระองค์ ครั้นรุ่งเช้าจึงเสด็จไปเฝ้าทูลถามพระศาสดาว่า เสียงที่เกิดขึ้นนั้นจะมีผลประการใด พระพุทธเจ้าทรงชี้แจงเหตุให้ทรงทราบ พระเจ้าพิมพิสารจึงถวายอาหารบิณฑบาตแก่พระภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธองค์เป็นประธาน ในโอกาสนั้นได้ทรงบันดาลด้วยพุทธานุภาพให้เปรตทั้งหลายที่มาชุมนุม ให้ปรากฏตัวแก่พระเนตรพระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าพิมพิสารก็ทรงถวายน้ำทักษิโณทก อุทิศส่วนบุญแก่เปรตที่เป็นญาติ ในขณะนั้น สระโบกขรณีที่มีน้ำเย็นใสก็ปรากฏแก่เปรตเหล่านั้น ได้อาบกินมีความสดชื่น ร่างกายที่ผ่ายผอมไม่ผ่องใส ก็กลับงามบริสุทธิ์ดังสีทอง พ้นจากทุกข์ไม่เป็นเปรตอีกต่อไป

ถ้าพิจารณาตามตำนานพระพุทธศาสนาจะพบว่าเปรตมีอยู่สองแห่ง คือ ที่อรัญประเทศเหนือป่าหิมพานต์ ชื่อวัชฌาตะนคร หรือที่ในบางแห่งเรียกว่า วิชาต อยู่เหนือนรกขึ้นมา ดังได้กล่าวมาแล้วนั้นแห่งหนึ่ง กับบริเวณรอบเมืองราชคฤห์ดังปรากฏใน ไตรภูมิพระร่วง ตอนหนึ่งว่า “ภายนอกเมืองราชคฤห์นั้น มีถิ่นฐานบ้านเมืองฝูงเปรตอยู่แห่งนั้นเรียกว่า เปรตยมโลกย์ แลมีฝูงเปรตอยู่มากมายนักหนา และเปรตลางจำพวกอยู่ในกลางสมุทร เปรตลางจำพวกอยู่เหนือเขา เปรตลางจำพวกอยู่กลางเขา”

แม้ในคัมภีร์ต่าง ๆ ก็ได้กล่าวไว้ว่า ในแว่นแคว้นกรุงราชคฤห์นั้น มียักษ์และปิศาจเปรตอสุรกายมาก เช่นในคัมภีร์พระธรรมบท และในวินีตวัตถุแห่งจตุตถปาราชิก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ว่า พระมหาโมคคัลลาน์ และพระลักขณะเถระอยู่ที่เขาคิชฌกูฏ เพลาเช้าถือบาตรลงจากเขาเพื่อจะเข้าไปบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ พระโมคคัลลาน์ได้เห็นเปรตมีรูปร่างสัณฐานต่าง ๆ มีเปรตงูเหลือม และเปรต กา เป็นต้น

ในคัมภีร์ ไตรโลกวินิจฉัย กล่าวว่า ครั้งหนึ่งพระเจ้าพิมพิสารเสด็จออกไปทอดพระเนตรภายนอกพระนคร ได้ทอดพระเนตรเห็นนักโทษที่ถูกเสียบไว้ทั้งเป็น ก็ทรงสังเวชในพระทัย เมื่อนักโทษแลเห็นพระองค์เสด็จมาแต่ไกล ก็ร้องทูลขอรับพระราชทานพระกระยาหารที่จะเสวยในวันนั้น พระเจ้าพิมพิสารทรงรับว่าจะให้คนนำมาพระราชทาน แล้วก็เสด็จกลับเข้าสู่พระนคร

ครั้นถึงเพลาเย็นเสด็จเข้าสู่ที่เสวย ทรงระลึกถึงคำที่ทรงรับไว้กับนักโทษขึ้นมาได้ จึงมีพระราชโองการให้หาคนกล้ามานำเครื่องเสวยออกไปพระราชทานแก่นักโทษ ปรากฏว่าหาคนกล้าไม่ได้ ที่ต้องหาคนกล้าก็เพราะเมืองราชคฤห์มีผีร้าย มีพวกเปรตล้อมอยู่โดยรอบ เมื่อถึงเวลาโพล้เพล้สิ้นแสงตะวันแล้ว ลำพังคนสองคนก็ไม่มีใครกล้าโผล่ออกนอกกำแพงเมือง เรียกว่าคนเมืองราชคฤห์กลัวผีกันทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม พระเจ้าพิมพิสารก็ต้องทรงหาคนนำพระกระยาหารไปให้นักโทษให้จงได้ ในที่สุดมีรับสั่งให้ตีกลองร้องป่าวแก่ชาวราชคฤห์ว่า ถ้าผู้ใดอาสานำเครื่องเสวยออกไปให้นักโทษได้ในค่ำวันนี้ ก็ให้ผู้นั้นมารับเงินรางวัลพันตำลึงได้ทันที ในที่สุดภรรยาเศรษฐีคนหนึ่งรับอาสาไปทำได้สำเร็จ

เรื่องนี้แสดงว่าคนเมืองราชคฤห์กลัวเปรตกันมาก ส่วนเมืองไทยไม่ว่ายุคใดสมัยใด ยังไม่เคยมีเรื่องเปรตทำให้คนหวาดกลัว และเห็นจะเป็นเพราะไม่มีเปรตให้เห็นนั่นเอง จึงมีคนทำเป็นเปรตขึ้นแทน แต่ก็ไม่เหมือนเปรตในตำนานที่กล่าวมาข้างต้น คนปัจจุบันถึงจะมีความรู้สูง หากยังมีความกลัวอยู่ก็หลงเชื่อ มีกลอนบทหนึ่งแต่งไว้เตือนสติว่า “ผีหลอกคนช่างผีตามทีมัน คนเหมือนกันหลอกกันเองน่าเกรงกลัว” คนในที่นึ้รวมถึงพระด้วย พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดุลย์ อตุโล) ได้กล่าวเตือนพระไว้ว่า

“ผีที่ไหนเคยหลอกพระ มีแต่พระนั่นแหละหลอกผี และตั้งกระบวนการหลอกผีเป็นการใหญ่เสียด้วย คิดดูให้ดีนะ วัตถุสิ่งของที่ชาวบ้านเขาเอามาบริจาคทำบุญนั้น แทบทั้งหมดล้วนทำเพื่ออุทิศส่งไปให้ผีทั้งนั้น ผีพ่อแม่ปู่ย่าตายายพี่น้องเขา แล้วพระเราเล่าประพฤติตนเหมาะสมแล้วหรือ มีคุณธรรมอะไรบ้างที่จะส่งผลให้ถึงผีได้…ระวังอย่ามาเป็นพระหลอกผี”

สารบัญ นิตยสาร สารคดี ฉบับที่ 185 กรกฎาคม 2543



หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 02, 2018, 02:15:22 AM
ภาพชุกผีปีศาจของ"เหม เวชกร" อีกสักชุด

(https://f.ptcdn.info/872/055/000/p37jcyzk9UjS06WjAaQ-o.jpg)(https://f.ptcdn.info/872/055/000/p37jnio6oxnW4PKeGhb-o.jpg)(https://scontent.fbkk5-8.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/27971878_1873505356016059_7737532012246917564_n.jpg?_nc_cat=0&oh=c4403ffc7f9bb0f716c84294ac778709&oe=5B76BC00)(https://scontent.fbkk5-8.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/27971792_1873505352682726_6181670863505670512_n.jpg?_nc_cat=0&oh=3e1fd92fc725172614daeefa28683d5f&oe=5BB3682D)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 02, 2018, 02:30:50 AM
(https://scontent.fbkk5-8.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/27972732_1873505529349375_7922401589359942923_n.jpg?_nc_cat=0&oh=40b692733dd6e4e12680abd3e883816b&oe=5BB4615D)(https://scontent.fbkk5-8.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/28056045_1873505866016008_7256870165410253048_n.jpg?_nc_cat=0&oh=5f723daccaf24b0d668e2d799b3cdc6b&oe=5BB80BDA)(https://scontent.fbkk5-8.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/27867712_1873505842682677_937456690298034782_n.jpg?_nc_cat=0&oh=192c25e26f7c7718222b30b585ce64f0&oe=5B821FC8)(https://scontent.fbkk5-8.fna.fbcdn.net/v/t1.0-9/27972356_1873505776016017_5997578227979178678_n.jpg?_nc_cat=0&oh=784caf141d4e891a8c9388cd9b8a9895&oe=5BB7A77C)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 02, 2018, 02:32:50 AM
(http://www.mawinner.com/ampoljane/1.jpg)

ปิดท้ายด้วยเจ้าแห่งเรื่องผีๆ


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ มิถุนายน 02, 2018, 09:09:12 AM
ภาพจริง แร้งวัดสระเกศ  โอ้..โฮ...เคยได้ยินแต่เขาพูดกัน แร้งวัดสระเกศ
แต่ไม่เคยเห็นภาพ บ๊ะ...ทำไมมันตัวใหญ่ขนาดนั้นฟ่ะนั่น มันลงมาจิกกินซากศพเหรอนั่น
  เห็นสภาพศพแล้วก็ต้องทำใจ ทำสมาธิ นี่แหละ วัฎฎสงสารของมนุษย์ หรือ สัตว์โลก
ที่ต้องมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย  แต่เมื่อตายแล้วสภาพของร่างกายของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
  บางคนก็ดูเถอะ ต้องโยนให้แร้ง กา กิน   เฮ้ออออออ
     ก็จะถามต่อไปว่า...แล้ว แร้งวัดสระเกศ ตัวบักเอ๊ก นั่น มันหายไปไหนหมดตั้งแต่เมื่อไร
พอทราบเรื่องราวไม๊ครับ  แล้วเหตุใดเจ้าแร้ง เมื่อก่อนจึงมาอยู่รวมกันมากมาย ณ วัดสระเกศ 
เห็นแล้วไม่อยากเดินเข้าไปตรงฝูงมันเลย ถ้ามันบินมารุมจิก ตี หลาย ๆ ตัวพร้อมกันก็อยาก
ที่จะต่อกรกับมันอยู่นา  5555



หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ มิถุนายน 02, 2018, 09:14:28 AM
   เพิ่งเห็นภาพของ ครูเหม เวชกร เกี่ยวกับผี ๆ มาก ๆ ก็วันนี้เอง อิอิ
ภาพแต่ละภาพ ถ้านั่งมองและนึกถึงเหตุการณ์จริง ๆ ก็น่าวิ่งหรือขนลุกเอาเรื่องทีเดียว

    โดยเฉพาะ ศาลาทางเปลี่ยว  นั่น ถ้าผมเดินเข้าไปแล้วพวกที่ศาลายกมือโตขนาดนั้น
ก็วิ่งกันหางจุกตูด เอ้ยยยย ป่าราบบบบบกันล่ะ  5555
    ส่วน ไปฝังศพ  ผมเห็นศาลาวัดเก่าๆ แบบนั้น ผมก็ไม่อยากเดินผ่านแล้ววววว เลี่ยงไปทางอื่นดีกว่า  อิอิ



หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ มิถุนายน 02, 2018, 09:17:32 AM
  การ์ตูนไทย 1 บาท ปกโดย ติ๋ว หรือ เจิด มหาเกตุ  ใช่ไม๊
ปกสวยจริง ๆ เนื้อในคงสวยน่าดู  ผมเองไม่ค่อยมีปกการ์ตูน
หรือ เรื่องดี ๆ ของ ติ๋ว หรือ เจิด เลยก็ว่าได้ นับเล่มได้เลย
เห็น 2 ปกนี่แล้ววววว งามจับใจ
    ขอบคุณมากครับป๋า cybrog0011 ที่มาช่วยกันให้ Kamoman.com
ครึกครื้นและมีหนังสือเป็นข้อมูลมากขึ้น
   
--------------------------------
กลัวอย่างเดียว เจ้าโม่ เจ้าของค่าย จะมีเนื้อที่ไม่พอรองรับนะซี่....

   


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 02, 2018, 11:04:32 PM
ภาพจริง แร้งวัดสระเกศ  โอ้..โฮ...เคยได้ยินแต่เขาพูดกัน แร้งวัดสระเกศ
แต่ไม่เคยเห็นภาพ บ๊ะ...ทำไมมันตัวใหญ่ขนาดนั้นฟ่ะนั่น มันลงมาจิกกินซากศพเหรอนั่น
  เห็นสภาพศพแล้วก็ต้องทำใจ ทำสมาธิ นี่แหละ วัฎฎสงสารของมนุษย์ หรือ สัตว์โลก
ที่ต้องมีเกิด แก่ เจ็บ ตาย  แต่เมื่อตายแล้วสภาพของร่างกายของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
  บางคนก็ดูเถอะ ต้องโยนให้แร้ง กา กิน   เฮ้ออออออ
     ก็จะถามต่อไปว่า...แล้ว แร้งวัดสระเกศ ตัวบักเอ๊ก นั่น มันหายไปไหนหมดตั้งแต่เมื่อไร
พอทราบเรื่องราวไม๊ครับ  แล้วเหตุใดเจ้าแร้ง เมื่อก่อนจึงมาอยู่รวมกันมากมาย ณ วัดสระเกศ 
เห็นแล้วไม่อยากเดินเข้าไปตรงฝูงมันเลย ถ้ามันบินมารุมจิก ตี หลาย ๆ ตัวพร้อมกันก็อยาก
ที่จะต่อกรกับมันอยู่นา  5555

"แร้งวัดสระเกศ" เป็นเรื่องที่ร่ำลือระบือลั่นกัน เมื่อฝูงแร้งมากมายแห่มาลงกินซากศพ ที่กองอยู่เป็นภูเขาเลากาข้างภูเขาทอง นับเป็นภาพที่อุจาดต่อสายตา และน่าสยดสยองอย่างมากต่อผู้พบเห็น ซากศพคนตายเหล่านั้นตายด้วยอหิวาตกโรค ทิ้งเกลื่อนกลาด ที่วัดสระเกศ มีแร้งจิกกิน จนกระดูกขาวโพลน
ในสมัย รัชกาลที่ 2 พ.ศ. 2363 เกิดโรคห่าระบาดอย่างหนัก ในมหานครขณะนั้น ยังไม่มีวิธีรักษาและรู้จักการป้องกัน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงทรงใช้วิธีให้กำลังใจ โปรดฯให้ตั้งพิธีขับไล่โรคนี้ขึ้นเรียกว่า "พิธีอาพาธพินาศ" โดยจัดขึ้นที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มีการยิงปืนใหญ่รอบพระนครตลอดคืน อัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบรมสารีริกธาตุออกแห่ มีพระราชาคณะโปรยนัำพระพุทธมนต์ตลอดทาง ทรงทำบุญเลี้ยงพระ โปรดให้ปล่อยปลาปล่อยสัตว์ และประกาศไม่ให้ประชาชนฆ่าสัตว์ตัดชีวิต อยู่กันแต่ในบ้าน
กระนั้นก็ยังมีคนตายเพราะอหิวาต์ประมาณ 3 หมื่นคน ศพกองอยู่ตามวัดเป็นภูเขาเลากาด้วยฝังและเผาไม่ทัน บ้างก็แอบเอาศพทิ้งลงในแม่น้ำลำคลองในเวลากลางคืน จึงมีศพลอยเกลื่อนกลาดไปหมด ประชาชนต่างอพยพหนีออกไปจากเมืองด้วยความกลัว พระสงฆ์ทิ้งวัด งานของราชการ และธุรกิจทั้งหลายต้องหยุดชะงัก เพราะผู้คนถ้าไม่หนีไปก็มีภาระในการดูแลคนป่วย และจัดการกับศพของญาติมิตร ในเวลานั้น วัดสระเกศมักมีแร้งจำนวนร้อยมาชุมนุนกินซากศพอยู่ ด้วยมักมีศพผู้ยากไร้ที่ไม่มีปัญญาเผาศำนักโทษถูกนำมาทิ้งโดยออกมาทางประตูผี
ห่าลงปีระกา ปี 2392
ในปี พ.ศ. 2392 อหิวาต์ก็ระบาดหนักอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ปีนังก่อน แล้วแพร่ระบาดมาจนถึงกรุงเทพฯ เรียกกันว่า “ห่าลงปีระกา” ในระยะเวลาช่วง 1 เดือน ที่เริ่มระบาดมีผู้เสียชีวิตถึง 15,000–20,000 คน และตลอดฤดูตายถึง 40,000 คน
เจ้าฟ้ามงกุฏฯ (คือ รัชกาลที่ 4) ซึ่งขณะนั้นยังดำรงเพศบรรพชิตเป็นพระราชาคณะ ได้ทรงบัญชาให้วัดสามวัด คือ วัดสระเกศ วัดบางลำพู (วัดสังเวชวิศยาราม) และวัดตีนเลน (วัดเชิงเลน หรือวัดบพิตรพิมุข) เป็นสถานที่สำหรับเผาศพ
แต่ก็เผาศพไม่ทัน.. มีศพที่นำมาเผาสูงสุด ถึงวันละ 696 ศพ แต่กระนั้น ศพที่เผาไม่ทัน ก็ถูกกองสุมกันอยู่ตามวัด โดยเฉพาะวัดสระเกศ มีศพส่งไปไว้มากที่สุด ทำให้ฝูงแร้งแห่งไปลงทึ้งกินซากศพ ตามลานวัด บนต้นไม้ บนกำแพง และหลังคากุฏิเต็มไปด้วยแร้ง แม้เจ้าหน้าที่จะถือไม้คอยไล่ก็ไม่อาจกั้นฝูงแร้ง ที่จ้องเข้ามารุมทึ้งซากศพอย่างหิวกระจายได้ และจิกกินซากศพ จนเห็นกระดูกขาวโพลน พฤติกรรมของ “แร้งวัดสระเกศ” ที่น่าสยดสยองจึงเป็นที่กล่าวขวัญกันไปทั่ว

(https://www.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0bbd7e0ac18.jpg)(https://i2.wp.com/www.posttoday.com/media/content/2016/03/06/9061AAF82CED4E1BB58496F41223B69C.jpg)(https://pbs.twimg.com/media/CvLihx3UAAAENvC.jpg)

ประตูผี พระนครฯ
“ตำบลประตูผี เดี๋ยวนี้เปลี่ยนชื่อให้เป็นมงคลว่า ตำบลสำราญราษฎร์ แต่ความหมายก็อยู่ดังเดิม คือประตูเมืองเก่าที่ทะลุกำแพงเมืองตรงนี้ชื่อประตูผี เป็นทางที่นำศพคนตายในเมืองออกไปทำศพกันนอกเมือง เพราะสมัยโนัน สร้างเมืองใหม่ๆต้องการความเป็นมงคล ไม่มีการนำศพทำเมรุกันในกำแพงเมือง เว้นแต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินและพระศพเจ้านายใหญ่ๆ โตๆ เท่านั้น
ประตูผีนี้จึงมีชื่อตายตัวเป็นกฎว่าใครนำศพคนตายออกประตูเมืองด้านอื่นๆ มิได้ ต้องออกแต่ประตูนี้โดยจำกัด
แม้จะเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า สำราญราษฎร์ ก็ยังมีความหมายเดิมนั่นเอง หมายถึงว่าราษฎรมีความสุขแล้ว และคนที่สุขที่สุดก็คือคนตายแล้ว เป็นผู้หมดห่วง หมดกังวล สำราญจริงๆ จึงมาออกประตูนี้
และวัดที่ใกล้ที่สุดในสมัยโน้น ก็คือ วัดสระเกศ … พอออกจากประตูผีข้ามสะพานลงมา ก็เข้าวัดสระเกศสู่ลานป่าช้าที่ใหญ่โตมโหฬารจริงๆ นับแต่ลงสะพานสำราญราษฎร์ก็เป็นพื้นที่ป่าช้าแท้ๆ จรดสะพานแม้นศรี อีกด้านหนึ่งไปจรดบ้านบาตร เป็นป่าช้าที่กว้างใหญ่ ไม่เหมือนป่าช้าตามวัดต่างๆ เดี๋ยวนี้ … ที่ป่าช้าอยู่ติดกับบ้านคน หรือป้าช้ามีวัดละนิดเดียว
คำว่า ป่าช้าของสมัยก่อนนั้น เป็นสถานที่สงัดเงียบวังเวงไม่ใกล้ใคร ห่างผู้ห่างคนจริงๆ เป็นแดนของคนตายแล้ว ไม่ใช่แดนคนมีชีวิตจะไปปะปน”

ข้อมูลจาก หนังสือชุดภูตผีปิศาจไทย ของครูเหม เวชกร ลำดับที่ 4 เล่ม”ผู้มาจากเมืองมืด” ตอน ประตูผี (ต้นฉบับค้นพบใหม่ตอนปี 2546 ในวาระครบรอบร้อยปีชาตะกาลครูเหม เวชกรพอดี)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 02, 2018, 11:18:03 PM
วัดสระเกศนั้นเคยเป็นที่ตั้งเมรุเผาศพชาววังที่ตายในกำแพงพระนคร ต้องนำศพออกมาเผานอกกำแพงพระนคร โดยถือเอาคลองโอ่งอ่างเป็นเส้นแบ่งเขต เว้นแต่สนามหลวง และวัดบวรนิเวศวิหาร ยังให้เป็นที่เผาศพได้ คือ สนามหลวงเป็นที่พระราชทานเพลิงศพพระบรมราชวงศ์ และสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ส่วนวัดบวรนิเวศวิหารก็เคยเป็นที่เผาศพขุนนางผู้ใหญ่ สถานที่ตั้งเมรุวัดบวรนิเวศวิหารคือสถานที่ตั้งพระอุโบสถ แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว เว้นแต่สนามหลวง

เมื่อนำศพออกมาจากกำแพงพระนครชั้นใน เพื่อมาเผาที่วัดสระเกศ ประตูที่นำศพออกเรียกว่าประตูผี คนรู้จักกันดี แต่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นแยกสำราญราษฎร์ นำศพข้ามคลองโอ่งอ่างก็มาเผาที่เมรุปูนวัดสระเกศ

ข้อมูลของวัดสระเกศว่า เมรุปูนวัดสระเกศ ปัจจุบันคือที่ตั้งวิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร เป็นเมรุเกียรติยศ ที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) แต่ครั้งยังเป็นพระยาพิพัฒน์รัตนราชโกษาเป็นนายสร้างเมรุ สร้างด้วยอิฐปูนล้วนเรียกว่า “เมรุปูน” สำหรับพระราชทานเพลิงพระศพเจ้านายและศพข้าราชการผู้ใหญ่ แต่เมื่อเมรุตั้งติดถนนและอาคารบ้านเรือน จึงไม่เหมาะที่จะทำการฌาปนกิจศพ ดังนั้นเมรุเกียรติยศจึงได้ย้ายไปตั้งอยู่ที่วัดเทพศิรินทราวาส และได้ยุบเลิกเมรุปูนเสีย แต่ชื่อยังปรากฏอยู่จนบัดนี้ (ต่อมาทางวัดได้มอบสถานที่นั้นให้เป็นที่ตั้งโรงเรียนช่างไม้ เรียกว่า “โรงเรียนช่างไม้วัดสระเกศ” ต่อมาเปลี่ยนเป็น ”โรงเรียนสารพัดช่างพระนคร” และปัจจุบันเป็น “วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร”)
แม้จะย้ายเมรุเกียรติยศไปแล้ว แต่ศพสามัญชนได้ตั้งและเผาที่เมรุซึ่งตั้งอยู่ข้างบรมบรรพต เป็นเมรุทำด้วยไม้ เมื่อ พ.ศ. 2498 สมัยเจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราชญาโณทยมหาเถระ ครั้งทรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ได้ทรงสร้างเป็นเมรุถาวรก่ออิฐถือปูนพร้อมด้วยศาลาใหญ่ สิ้นค่าก่อสร้างประมาณ 8 แสนบาทเศษ ปัจจุบันคือ ฌาปนสถานคุรุสภาวัดสระเกศ

ส่วนศพที่มาตั้งหรือทิ้งที่วัดสระเกศในอดีต จนกลายเป็นเหยื่อของอีแร้ง เพราะเผาไม่ทันนั้น เกิดในช่วงที่โรคห่าระบาดในพระนคร คนตายกันมากจนเผาไม่ทัน ซึ่งโรคระบาดนี้เกิดในรัชกาลที่ 2 ที่ 3 และที่ 5

(https://suanleklek.files.wordpress.com/2017/05/2.png)
เมรุปูน วัดสระเกศ


ที่มา https://www.posttoday.com/life/life/419949


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: cyborg0011 ที่ มิถุนายน 02, 2018, 11:25:48 PM
หลังจากคำว่า "แร้งวัดสระเกศ" โด่งดัง ก็มีอีกคำ ที่ถูกล่าวขวัญอย่างสนุกสนาน ก็คือคำว่า "ไก่งวงวัดสระเกศ"
มีเรื่องเล่ากันว่า มีชายคนหนึ่งคิดพิเรนทร์ จับแร้งตัวหนึ่งใส่กระสอบแล้วแบกไปที่บ้านฝรั่งตอนก่อนถึงวันคริสมาสต์ 4 - 5 วัน แล้วบอกว่ามีไก่งวงมาขายในราคาถูก เป็นไก่งวงที่เลี้ยงไว้ในทุ่ง จึงเปรียวมากต้องใส่กระสอบไว้ ฝรั่งชะโงกหน้าลงมาดู ชายคนนั้นก็เผยอปากถุงให้เห็นหัวแดง ตัวใหญ่เท่าไก่งวง ดิ้นขลุกขลักอยู่ในกระสอบ จึงรับซื้อไว้ในราคา 4 บาท รุ่งขึ้น ฝรั่งสั่งให้พ่อครัวเอาไก่งวงออกมายืดเส้นยืดสาย ก่อนที่จะตายในกระสอบ แต่พอเปิดกระสอบปล่อยออกมา แร้งก็วิ่งอ้าวแล้วบินหนีไป เรื่องนี้จึงเป็นที่เล่ากันอย่างสนุกสนานต่อๆมา คำว่า "ไก่งวงวัดสระเกศ" จึงเป็นคำฮิตของบางกอก ในสมัยนั้นไปด้วย

"โรคห่า" ยังคงมาเยือนเมืองไทยทุกปี ในปี พ.ศ.2411 และปี พ.ศ.2416 มีคนตายในช่วงวันที่ 22 มิถุนายน จนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม เป็นจำนวน 6 พันกว่าคน และในปี พ.ศ.2423 สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งคนไทยพอจะมีความรู้ในการป้องกันกำจัดอหิวาต์ ก็ยังมีคนตายเป็นจำนวนหมื่น แต่ตามบันทึกแล้วไม่มีปีไหนที่อหิวาตก์จะระบาดรุนแรงเท่าปี พ.ศ.2363 และ พ.ศ.2392
(จนกระทั่งในปี พ.ศ.2457 ได้มีการผลิตน้ำประปาขึ้นในกรุงเทพฯ อหิวาต์จึงบรรเทาเบาบางลงมาก แต่ก็ยังไม่ขาดหายไป)
อีแร้งวัดสระเกศ(บันทึกภาพในปี พ.ศ.2440) ภาพศพและแร้งที่มากินศพในวัดสระเกศ สภาพของศพนั้นมีการเฉือนศพให้แร้งกินเพื่อถ่ายภาพ พวกแร้งในภาพนั้นอาจจะสังเกตยากซักหน่อย เพราะฟิล์มสมัยเก่าเป็นขาวดำ แร้งซึ่งมีโทนสีออกดำอยู่แล้ว เดินเกะกะอยู่รอบๆ กำแพงซึ่งโทนดำด้วยกัน ยิ่งทำให้ดูยากยิ่งขึ้น แต่ถ้าดูให้ดีก็จะเห็นหลายสิบตัวทีเดียว ผู้ชายที่ยืนอยู่ในรูปนั้นต้องถือไม้ไว้กันอีกแร้งไม่ให้แย่งศพในเวลาถ่ายรูป(ภาพจากหนังสือ "เปิดกรุภาพเก่า" ของ เอนก นาวิกมูล)
ส่วนแร้งนั้น อย่าว่าแต่ที่วัดสระเกศเลย แม้แต่ตามชนบทก็หาแร้งดูได้ยากแล้ว (อาจมีที่สวนสัตว์สงวนไว้ให้คนรุ่นหลังดู) อาจจะเป็นเพราะไม่มีใครทิ้งซากศพให้แร้งกินอย่างสมัยก่อน แม้แต่ซากสัตว์ก็ยังถูกฝังกลบ แร้งชอบกินแต่ของเน่าเหม็น จึงหาอาหารยากขึ้น จนเกือบจะใกล้สูญพันธุ์เต็มทีแล้ว

(http://img.tnews.co.th/userfiles/images/13025.jpg)

อ่านเพิ่มเติม http://www.sookjai.com/index.php?topic=189636.0


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 04, 2018, 01:07:21 PM

   ขอบพระคุณข้อมูล และภาพเรื่องราวตำนานผีต่างๆจากท่าน cyborg0011 มากๆครับ

                             ;>s0d015 ;>s0d07


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 04, 2018, 01:22:10 PM

   วันหยุดที่ผ่านมาแวะเวียนไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนเก่า ครั้งยังเรียนชั้นประถม พ.ศ.2511-2517
โรงเรียนวัดสระแก้ว

                                        ;>s0d018

    (http://image.free.in.th/v/2013/ia/180604062746.JPG) (http://picture.in.th/id/cb34785a68c13d87a4847167f3253344)

    (http://image.free.in.th/v/2013/io/180604062813.JPG) (http://picture.in.th/id/a91416be5164c9234acfd147f4ab46bc)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 04, 2018, 01:28:54 PM
[size=1ภpt]
   อาคารสีฟ้าๆที่อยู่ติดกันนั่นเมื่อก่อน ชั้นบนคือห้องสมุดประชาชน จังหวัดนครราชสีมา
ชั้นล่างจะเป็นห้องสมุดของโรงเรียน แหล่งเพาะบ่มให้รักการอ่านหนังสือ
   ปรับเปลี่ยนเป็นหน่วยงานรัฐ ในปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนไป

                                   ;>s0d014

    (http://image.free.in.th/v/2013/ic/180604063441.JPG) (http://picture.in.th/id/89b96b49a935c55bdedd95c6e8d13bd6)

    (http://image.free.in.th/v/2013/ip/180604063503.JPG) (http://picture.in.th/id/d1dde7a7614a51b7a36be3ef3bea5f3d)[/size]


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 04, 2018, 01:34:25 PM

    บ้านหลังเก่าแก่หน้าโรงเรียน จะอยู่ตรงข้ามหน้าต่างห้องเรียน สายตาเด็กๆจะจับจ้องลูก
ชมพู่ที่ออกดก ทุกวันนี้ก็คงออกดอกออกผลอยู่

                                  ;>s0d036

    (http://image.free.in.th/v/2013/it/180604064013.JPG) (http://picture.in.th/id/de20924b9bc5edc970b2182bc0159347)

    (http://image.free.in.th/v/2013/ip/180604064032.JPG) (http://picture.in.th/id/cfb5b6e28f9a6bfb85a45c1f188d5263)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 04, 2018, 01:42:35 PM

   ตัวโบสถ์ติดกับโรงเรียน ในอดีตเด็กก็จะวิ่งเล่นทั้งในบริเวณโรงเรียนและบริเวณวัด
ในปัจจุบันทำรั้วกั้นแยกออกจากกัน
   ถนนด้านหน้านั้นในอดีตจะเป็นที่เล่นมะรูน

                                       ;>s0d08

    (http://image.free.in.th/v/2013/if/180604064731.JPG) (http://picture.in.th/id/bf504209aea32a3ce1cd2798fc01b1af)

    (http://image.free.in.th/v/2013/iv/180604064845.JPG) (http://picture.in.th/id/f026e37694d6abdd122fb180b81ac81b)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 04, 2018, 01:47:30 PM

   สถานที่แห่งแรกที่จะถูกรับน้องคือโคนต้นโพธิ์หน้าโรงเรียน สมัยก่อนโคนต้นจะเป็น
ดินทราย ก็จะถูกฝังหัวว่าถ้าอยากเห็นผีกองกอย ให้เอาก้อนขี้หมามาวาง จุดเทียนทิ้ง
ไว้ตอนเช้าจะเห็นรอยเท้าเล็กๆรอบกองขี้หมา

                                  ;>s0d02

    (http://image.free.in.th/v/2013/iz/180604065306.JPG) (http://picture.in.th/id/271d2e14e0a30c8e30235dbdc83478fd)

    (http://image.free.in.th/v/2013/ib/180604065334.JPG) (http://picture.in.th/id/003713518af051bec6c83a657a4e2502)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 04, 2018, 01:51:19 PM

   ใบโพธิ์ที่ร่วงๆอยู่นั้น ให้เอามาปิดหน้าเดินรอบโบสถ์วันพระตอนโพล้เพล้ สามรอบแล้วก้ม
มองลอดใต้หว่างขา จะได้พบเห็นกับภูติผีที่มาขอส่วนบุญ

                             ;>s0d034 ;>s0d09


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: j+w2112 ที่ มิถุนายน 04, 2018, 08:29:12 PM

   ใบโพธิ์ที่ร่วงๆอยู่นั้น ให้เอามาปิดหน้าเดินรอบโบสถ์วันพระตอนโพล้เพล้ สามรอบแล้วก้ม
มองลอดใต้หว่างขา จะได้พบเห็นกับภูติผีที่มาขอส่วนบุญ

                             ;>s0d034 ;>s0d09


น่าจะต้องเดินรอบโบสถ์ วนซ้ายด้วยรึเปล่าครับ


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 05, 2018, 10:19:59 AM

   ใบโพธิ์ที่ร่วงๆอยู่นั้น ให้เอามาปิดหน้าเดินรอบโบสถ์วันพระตอนโพล้เพล้ สามรอบแล้วก้ม
มองลอดใต้หว่างขา จะได้พบเห็นกับภูติผีที่มาขอส่วนบุญ

                             ;>s0d034 ;>s0d09


น่าจะต้องเดินรอบโบสถ์ วนซ้ายด้วยรึเปล่าครับ

   ใช่แล้วครับเค้าว่าบอกสืบทอดกันต่อๆมาจนไม่รู้ว่าไอ้คนแรกที่บอกนี่คือใคร...
ให้เดินวนซ้ายทวนเข็มนาฬิกา

                                   ;>s0d08


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 05, 2018, 10:25:52 AM

   สมัยนั้นแนวสถูป เจดีย์นี่จะไม่มี จะเป็นแนวปลูกต้นสน พื้นปลูกหญ้าญี่ปุ่นเขียวขจี
เหล่าทะโมนก็จะมาเล่นปาบอล(ใช้ลูกเทนนิส) กลิ้งเกลือกกันบนหญ้า หลวงน้าแสง
ก็จะเอาไม้กวาดมาไล่เด็กๆ

                               ;>s0d018 ;>s0d018

    (http://image.free.in.th/v/2013/in/180605033152.JPG) (http://picture.in.th/id/3f83fef78ac387afefc0a4ec21205445)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 05, 2018, 10:30:58 AM

    จึงเกิดสงครามแย่งชิงพื้นที่สนามเด็กเล่น ไล่ยังไงเด็กก็ไม่กลัว จึงเกิดข่าวว่า
บริเวณนี้ มีที่ขังแม่นาคพระโขนง (เราก็เด็กเกินไป เลยไม่ได้ถามว่าแม่นาคขึ้นรถ
เมล์สายไหนมา และใครเป็นคนเอามาขัง)
    สถูปขาวๆตรงบันไดทางขึ้นโบสถ์ ขอบล่างๆจะมีรอยปูนปั้นเป็นรูปโซ่ล้อมอยู่

                                     ;>s0d036

    (http://image.free.in.th/v/2013/iy/180605033651.JPG) (http://picture.in.th/id/e293f99287719edd75a99fa512f6a1e0)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 05, 2018, 10:36:13 AM

   บริเวณตรงนี้เมื่อก่อนเป็นกุฏิไม้พื้นโล่งยกสูง เมื่อสนามเด็กเล่นปาบอลถูกยึด(เด็กๆ
กลัวผีแม่นาคที่เก่า) จึงมาเล่นปาบอลใต้กุฎิตอนพักเที่ยง ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว สักพักก็มี
เณรมาเรียกให้ขึ้นไปหาพระบนกุฎิ ท่านบอกว่าหนวกหูจะจำวัดก็จำไม่ได้
   
                                      ;>s0d028

    (http://image.free.in.th/v/2013/in/180605034219.JPG) (http://picture.in.th/id/fde9158db18ae6f78bb5229873265009)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 05, 2018, 10:41:13 AM

    ก็เลยพึ่งรู้ว่านั่นคือกุฎิของหลวงพ่อคูณ ปุริสุทโธ โดนเทศน์พร้อมเขกกระบาลเป็น
รุ่นแรก
    น่าเสียดายที่ทางวัดไม่ได้เก็บไว้เป็นอนุสรณ์

                                     ;>s0d031


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 05, 2018, 10:47:10 AM

    ข้างกุฏิหลวงพ่อจะมีสระ ในสระก็จะมีปลาดุกเผือก มีเต่าชื่อ "ไอ้ด่าง" เวลาพระท่านฉันเสร็จ
ท่านก็จะเอาอาหารใส่จานสังกะสีมาวางข้างสระ ร้องเรียก "โม๊ะ..ด่าง..โม๊ะ.." มันก็จะขึ้นมากิน
    ข้างสระมีศาลานั่งพัก ตอนเที่ยงเด็กๆก็จะมานั่งกินข้าว โปรยเศษข้าวให้ปลา ให้เต่า
    ปัจจุบันนี้สระดังกล่าวก็ถูกถมเป็นศาลาอเนกประสงค์ เป็นที่จอดรถไป.....

                                      ;>s0d026

    (http://image.free.in.th/v/2013/if/180605035244.JPG) (http://picture.in.th/id/69b6776517791d716a3c9b1fe9548554)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ มิถุนายน 05, 2018, 10:53:31 AM
  อ่านเรื่อง แร้งวัดสระเกศ และ โรคห่า โรคอหิวาตกโรค แล้ว อ่านไปสยดสยองไป
โอ้..โฮ...มีคนตายมากมายขนาดนั้นเชียวหรือ จนทางการ ราชการ และเจ้าหน้าวัด
สัปเหร่อ ทำกันไม่ทัน ต้องกองเป็นภูเขาเลากา แร้งมาเห็นก็พากันมาโฉบ มากัด มาฉีก
เนื้อศพกินเป็นอาหาร  
    ถ้าเราอยู่ในสมัยนั้น เห็นภาพแบบนั้นจริง ๆ จะทนดูได้ไม๊หน๋อ...
 เราก็ต้องหนี ลาออกจากเมืองกรุงไปก่อนล่ะ เพราะกลิ่นศพ กลิ่นซากต่าง ๆ
ของมนุษย์ และเชื้อโรคต่าง ๆ ไม่ใช่ของล้อเล่น  เฮ้อ..นึกแล้วอนาถใจแทน
คนสมัยนั้น ยุคนั้นจริง ๆๆๆ
   ขอบคุณข้อมูลที่นำมาให้เห็นกัน เห็นบางภาพแล้ววววว ปลงสังขาร อนิจจังจริง ๆ
  มนุษย์เราเกิดมาก็เพียงเท่านี้.....อมิตตาพุธ   อิอิ


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ มิถุนายน 05, 2018, 11:00:57 AM
 อ่านเรื่องและดูภาพ โรงเรียนเก่าของพ่อใหญ่เมื่อวัยประถมปี 11- 17  ก็ให้
นึกไปได้ว่า...ความหลังฝังใจในวัยเยาว์แบบนี้มันผ่านมาเร็วเหลือเกิน
40 - 50 ปีกว่า ๆ แล้วหรือเนี่ย...
    เด็กนักเรียนโรงเรียนของวัดเป็นของคู่กันมานาน ผมก็เรียน รร.วัดวังม้า
ถึงแม้ตัว รร.จะอยู่คนละส่วนกับตัววัดก็ตาม แต่เนื้อที่ติดต่อกัน
    ทางไป รร.ต้องผ่านข้างวัด ซึ่งข้างวัดนี่แหละจะมีกุฎิเก่า ๆ ของหลวงพ่อ หลวงพี่
หลวงน้า ถ้าเดินผ่านหรือขี่ จย.ผ่านก็ไม่ชอบหันไปมองหรอก เผื่อมีอะไรโผล่มา
ตรงหน้าต่างที่หน้าไม่เหมือนพระหรือลูกศิษย์วัด ก็วิ่งกันล่ะ  555


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: Dan Darun ที่ มิถุนายน 05, 2018, 11:05:00 AM
 วันไหนเล่นบอลเล่นตะกร้ากลับมาผ่านข้างวัดเย็น ๆ ค่ำ ๆ ด้วยล่ะก็คุณเอ๋ยยย
รีบเดิน รีบปั่น กันไม่มองซ้ายขวาล่ะ  อิอิ
   ต้องถามพ่อใหญ่ว่า...แล้วช่วงเรียนประถมนะ เจอเหตุการณ์ดี ๆ หยอง ๆ บ้างไม๊ล่ะ
เช่น มีเพื่อนถูกผีเข้า อะไรเงี้ยยยยยยย  หรือเล่น  ๆไป ได้ยินเสียงอะไรตุ๊บ มองหาไม่เห็น
ก็ตัวใครตัวมารรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรล่ะ   ;>s0d034 ;>s0d034 ;>s0d034
   


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 06, 2018, 11:06:25 AM
วันไหนเล่นบอลเล่นตะกร้ากลับมาผ่านข้างวัดเย็น ๆ ค่ำ ๆ ด้วยล่ะก็คุณเอ๋ยยย
รีบเดิน รีบปั่น กันไม่มองซ้ายขวาล่ะ  อิอิ
   ต้องถามพ่อใหญ่ว่า...แล้วช่วงเรียนประถมนะ เจอเหตุการณ์ดี ๆ หยอง ๆ บ้างไม๊ล่ะ
เช่น มีเพื่อนถูกผีเข้า อะไรเงี้ยยยยยยย  หรือเล่น  ๆไป ได้ยินเสียงอะไรตุ๊บ มองหาไม่เห็น
ก็ตัวใครตัวมารรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรล่ะ   ;>s0d034 ;>s0d034 ;>s0d034
   

   โรงเรียนของผมอยู่แทบจะใจกลางเมืองเลยครับ เลยไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความน่ากลัว
สักเท่าไหร่ เหตุการณ์แปลกประหลาดก็ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่...
   ในบริเวณวัดเมื่อก่อนจะมีต้นตาลอยู่หลายต้น(ปัจจุบันตัดทิ้งหมดแล้ว) เด็กๆก็จะไปวิ่ง
เล่นซ่อนแอบ ซ่อนหากัน เวลาเแอบอยู่เงียบๆก็จะได้ยินเสียง...กรี๊ดๆเบาๆ....สักพักก็มี
ของหล่นตุ๊บลงมา...เหมือนมือคนขนาดใหญ่ เด็กๆก็วิ่งกันโกยอ้าวไม่เหลียวหลัง

                                ;>s0d09 ;>s0d09


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 06, 2018, 11:10:24 AM

    จริงๆแล้วไอ้เสียงที่ได้ยินก็คือเสียงลูกค้างคาว ค้างคาวมันจะชอบอยู่บนต้นตาล
ส่วนไอ้ที่หล่นลงมาก็คือก้านทะลายตาล

                                   ;>s0d012


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 06, 2018, 11:12:33 AM

    เกือบห้าสิบปีที่ผ่านไป.......

    (http://image.free.in.th/v/2013/ih/180606041803.jpg) (http://picture.in.th/id/939481f0be3894daf7dd0bb4d6611444)

    (http://image.free.in.th/v/2013/if/180604064731.JPG) (http://picture.in.th/id/bf504209aea32a3ce1cd2798fc01b1af)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 06, 2018, 11:16:43 AM

   สนามหญ้าหายไป...ซุ้มการะเวก หายไปกลายเป็นพื้นปูนมีหลังคาแทน

  (http://image.free.in.th/v/2013/ix/180606042235.JPG) (http://picture.in.th/id/79d61432bbf0c3b63245643e25fdf419)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 06, 2018, 11:28:55 AM

   เมื่อปี พ.ศ.2517 ก็เกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้นเมื่อผู้คนหลั่งไหลมาที่วัดสะแก้ว  เพื่อมาขอ
เหรียญวัตถุมงคลจากหลวงพ่อคูณ ข้างวัดสระแก้วจะมีสระน้ำขนาดใหญ่อีกด้านหนึ่งจะติด
กับกองเมือง 1 (สภอ.เมืองนครราชสีมา)
   ตอนนั้นอยู่ ป.7 เป็นสารวัตรนักเรียน ประมาณบ่ายกว่าๆเพิ่งจะเริ่มเข้าชั้นเรียน ผมก็จะ
เดินดูรอบๆบริเวณสระน้ำเพื่อดูแลเด็กๆชั้นเล็ก ว่าเข้าชั้นกันหมดหรือยัง...

                                       ;>s0d036

   (http://image.free.in.th/v/2013/ih/180606043423.JPG) (http://picture.in.th/id/af5efb0b31d8123815dc58300e9fa66e)


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 06, 2018, 11:33:08 AM

    สักพักก็เห็นหลวงพ่อเดินดุ่มๆมาข้างสระ มีคนเดินตามมาโขยงใหญ่ มาถึงขอบสระ
หลวงพ่อคูณท่านก็หว่านเหรียญลงไปในสระ เท่านั้นแหล่ะ.....ชาวบ้านชาวช่องพากัน
กระโดดตูมตาม ลงไปงมเหรียญวัตถุมงคลของท่าน    ส่วนตัวท่านพอหว่านเสร็จก็เดิน
กลับกุฎิเฉยกุ่ม...

                                    ;>s0d026


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 06, 2018, 11:36:06 AM

    ผมได้แต่ยืนดูชาวบ้านเค้าดำงมเหรียญกัน แต่จำได้แม่นว่ามีลุงคนหนึ่งแกโชคดี
ในขณะที่คนอื่นมัวดำค้นหา แต่แกไปเจอเหรียญหลวงพ่อค้างอยู่บนใบบัว นั่นก็คือที่
มาของเหรียญหลวงพ่อคูณปี 17 รุ่นหว่านสระ

                                    ;>s0d015


หัวข้อ: Re: ชุมนุมเรื่อง "ผีๆ"
เริ่มหัวข้อโดย: tucb ที่ มิถุนายน 06, 2018, 11:38:44 AM

    บริเวณจุดที่หลวงพ่อท่านหว่านเหรียญ (สมัยนั้นไม่มีรั้ววัด และขอบปูนข้างสระ)

    (https://www.picz.in.th/images/2018/06/07/40bUoa.jpg) (https://www.picz.in.th/image/40bUoa)